seo สูงขึ้น

Backlinks Dofollow ไม่มี แต่อันดับพุ่งเอาพุ่งเอา

seo สูงขึ้น

ถึงกับเงิบเลยทีเดียว เมื่อเห็นเว็บไซต์ที่ไร้แบคลิ้งค์แบบ Dofollow กลับมีดับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพบเห็นพฤติกรรมแบบนี้ในหลายคีย์เวิร์ดหลักด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคีย์เล็กๆหยุมหยิม หรือเป็นคีย์พนันที่มีคู่แข่งสูง มันเกิดอะไรขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของปัจจัยในส่วนของแบคลิ้งค์ ทำไมเว็บไซต์ที่มีแบคลิ้งค์คุณภาพจำนวนมากจึงไม่สามารถสู้เว็บไซต์ที่ปราศจากลิงค์แบบดูฟอลโล่แม้แต่ลิงเดียวได้เลย

ให้ลองสังเกตุเว็บเหล่านั้น ที่ติดอันดับดีขึ้นส่วนมากจะเป็นเว็บมีทราฟฟิกเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ จริงๆแล้วอย่างที่เรารู้กันดีว่า ณ เวลานี้อันกอริทึ่มตัวล่าสุดสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ได้เอง และพฤติกรรมผู้ใช้ก็จะมีอยู่ในฐานข้อมูล Google อยู่แล้ว อาจจะเป็นจากบริการเซอร์วิสอื่นๆอย่างเช่น Google Analytics พฤติกรรมของเจ้าอัลกอริทึ่มตัวล่าสุด เรียนรู้และพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลอย่างมากให้กับ Website ที่ไม่มีเวลาแต่งแบคลิ้งค์คุณภาพ แต่กลับมีอันดับดีขึ้นและมั่นคง นั่นก็คือเรื่องของ “พฤติกรรมคนเข้าเว็บในรูปแบบ Direct” คือมีการพิมพ์ชื่อเว็บเขาไปตรงๆ ผ่านการค้นหา Google และมีการคลิกไปยังเว็บนั้น รวมไปถึงมีการไปติดโฆษณาแบนเนอร์ตามเว็บไซต์ต่างๆในรูปแบบ Nofollow มีคนคลิกมายังแบนเนอร์นั้นจำนวนมาก ที่สำคัญคือมีการใช้เวลาอยู่ในหน้าเว็บไปทางอย่างยาวนานเพิ่มขึ้นกว่าปกตือีกด้วย

ทำเว็บให้ผู้ใช้อยู่ในเว็บนานๆ อีกหนึ่ง 1 เทคนิค SEO

ทำให้ผูคนอยู่นานๆ

เมื่อมีการคลิกแบนเนอร์มามากขึ้น เมื่อพฤติกรรมคนเข้ามาในเว็บแล้วอยู่เป็นระยะเวลานานพอสมควร มันจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้อันดับเว็บไซต์เรานั้นดีขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา ไม่เชื่อต้องลองทดสอบดู ลองเปิดเว็บไซต์ใหม่ซักหนึ่งเว็บแล้วลองไปหาลงโฆษณาในเว็บที่เกี่ยวข้องที่มีทราฟฟิคเยอะ และเพื่อความชัวร์ว่าไม่เกี่ยวกับ Backlinkให้เราติดในรูปแบบของ Nofollow เอาไว้ เมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าเว็บไซต์ของเรามีผู้ชมมาจากแหล่งเว็บที่เราไปติดแบนเนอร์ ผ่านมายังเว็บไซต์ของเรา แล้วมีการใช้เวลาอยู่พอสมควรที่หน้าเว็บไซต์ของเรานี้ แปลว่าเว็บไซต์ของเราตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ ส่งผลให้กับเว็บใหม่ที่เราพึ่งสร้างนั้นมีอันดับดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ทริกนี้คงจะใช้ได้ไม่นานนัก ต้องอยู่ที่เจ้าอัลกอริทึมตัวล่าสุดของ Google ว่ามันจะเรียนรู้แล้วปรับปัจจัยต่างๆไปในทิศทางใดอีก

เรื่องสำคัญของเนื้อหา ในการสร้างคอนเท้นต์

Content สำคัญอย่างไรกับการสร้างเว็บไซต์

การทำ SEO ส่วนที่สำคัญอันดับต้นๆ เลยก็คือการเขียน Content ดีๆ มาสนับสนุน SEO นั่นเอง Content หรือบทความ มีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ กว่าจะมาเป็น Content ดีๆ ได้ นั่นก็คือ Description, Keyword, รูปภาพประกอบ และเนื้อหา ซึ่งแต่ละส่วนจะมีความสำคัญอย่างไรกับการทำ SEO อย่างไร เรามีคำตอบ

Content ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง : การสร้างเนื้อหาบทความที่ดี ส่งผลให้คนเข้าถึงเว็บไซต์ได้มากขึ้น ยิ่งบทความน่าสนใจ ถูกค้นหาบ่อยๆ และได้รับการแชร์มากขึ้นเท่าไหร่ เว็บของคุณก็ถูกเข้าถึงมากขึ้น และมีโอกาสไต่อันดับขึ้นไปยังหน้าแรกของ Search engine ได้อย่างง่ายดาย การทำ SEO ก็จะเห็นผลเร็วขึ้น

Keyword นั้นสำคัญอย่างไร : การสร้างคีย์เวิร์ด เพื่อประกอบในการทำ SEO นั้น ต้องรู้จักเลือก เราต้องเลือกคีย์เวิร์ดจากมุมมองของคนทั่วไป ที่มีการค้นหาใน Internet เราสามารถค้นหา trend การค้นหาคำต่างๆ ได้จากเครื่องมือของ google แล้วเลือกให้ตรงกับเว็บเราได้ จากนั้นก็มาปรับใช้กับ Content และทำ SEO ต่อไป

Description น่าสนใจ เพิ่มจำนวนคนอ่าน : หัวข้อของบทความ เป็นอะไรที่ไม่ควรมองข้าม ศึกษาได้จากพฤติกรรมการค้นหาของคนใช้ Internet ส่วนมากจะเป็นในแนวคำถาม เช่น ต้องการกินอาหารอร่อยต้องไปที่ไหน โรงพยาบาลไหนบริการดี เราก็จะมีการนำหัวข้อเหล่านี้มาปรับใช้กับการทำSEO ของเว็บเรา เช่นเว็บเราขายเสื้อผ้า ก็อาจจะตั้งหัวข้อว่า เสื้อผ้าแบบไหนเหมาะกับสาวอวบ? หรือ ใส่เสื้อสีขาวอย่างไรไม่ให้ดูเชย เป็นต้น แค่นี้การค้นหา และความน่าสนใจของบทความเราก็จะมีมากขึ้น ช่วยให้ SEO ของเว็บเราดีขึ้นตามมาด้วย

รูปภาพก็สำคัญอย่าลืม : เว็บที่มีแต่บทความอย่างเดียว แม้จะมีเนื้อหาน่าสนใจ แต่ก็อาจจะทำให้น่าเบื่อได้ การทำ SEO จึงต้องเพิ่มรูปภาพเข้าไปให้เหมาะสม และช่วยดึงดูดความสนใจของคนอ่านได้เป็นอย่างดี และในการใส่รูปภาพ เราสามารถใส่คำอธิบายภาพ หรือชื่อของภาพลงไปได้ด้วย เพื่อเพิ่ม SEO เข้าไปในรูปภาพ ช่วยในการค้นหาอีกทาง

เนื้อหาไม่วกวน เวิ่นเว้อ น่าสนใจ : เนื้อหาของบทความที่ดีในการทำ SEO ต้องมีความน่าสนใจ น่าติดตาม และไม่วกวน เพราะจะทำให้คนไม่อ่าน และเลิกอ่านกันไปได้ง่าย

ทั้งหมดนี้ รวมกันแล้วก็จะได้ Content ที่ดี ช่วยในการทำ SEO ให้ติดอันดับได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่การฝาก backlink เองก็ต้องใช้ content ที่ดี ดูไม่จงใจเกินไป เพื่อลดปัญหาการถูกแบนจากเว็บที่ฝากลิงค์ด้วย การค้นหาเว็บไซต์จาก Search engine ต้องใช้เนื้อหาจาก content เป็นหลัก อยากทำอันดับ เลือกใช้ SEO ที่ดี เลือก Content ที่ดี แค่นี้ก็ติดอันดับได้แล้ว

Keywords Research

รู้จักกับคีย์เวิร์ด สำคัญอย่างกับการทำ SEO

ความสำคัญของการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นผลลัพธ์ลำดับแรกๆ ของการค้นหาสิ่งที่ต้องการในกูเกิล นับเป็นหนึ่งวิธียอดนิยมที่ใช้ในการโปรโมทเว็บไซต์ให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น คีย์เวิร์ดเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่ง ผู้ใช้งานต้องการหาคำตอบก็จะพิมพ์คำนั้นหาคำตอบบนกูเกิลเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับเว็บไซต์สินค้า บริการ และอื่นๆ ตามต้องการ มาดูกันว่าควรเลือกคีย์เวิร์ดอย่างไรให้ยอดขายพุ่งกระฉูด

1. การขายสินค้าและบริการต้องดึงดูดลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาเยี่ยมชมมากที่สุด เลือกคีย์เวิร์ดที่สั้นและชัดเจน เรียกว่าเป็น “คีย์เวิร์ดหลัก” ยิ่งเฉพาะเจาะจงคีย์เวิร์ดมากเท่าไร จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้แม่นยำตรงใจมากที่สุด เช่น รองเท้าฟิตเนส รีสอร์ตเชียงใหม่ หนังมาใหม่ และ iPhone 6

2. การใส่คีย์เวิร์ดที่มีคำขยายความเพื่อเชื่อมโยงให้ตรงกับความต้องการเฉพาะเจาะจง เช่น “ชื่อสินค้า รุ่น ราคา” หรือ “รองเท้าฟิตเนส ราคาถูก” เป็นคำที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่กำลังมองหาอยู่ คำขยายความจะเพิ่มความชัดเจน ผลการค้นหาจะแคบลง ผู้ประกอบการจะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายมากขึ้นทำให้มีโอกาสขายสินค้าได้ง่ายขึ้น ฝ่ายลูกค้าจะเห็นว่าเว็บไซต์ขายสินค้าอะไร เพื่อลูกค้ากลุ่มไหน ทำให้พบสินค้ารวดเร็วและตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

3. ในกรณีที่ลูกค้าต้องการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดในวงกว้าง เพื่อมองหาอะไรใหม่ๆ นิยมใช้คำค้นหาที่สั้นและความหมายค่อนข้างกว้าง เช่น ร้านอาหาร หนังสือ มือถือ แนะนำให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง ควรใช้คีย์เวิร์ดในลักษณะนี้ใส่ไว้ในบทความที่มีคุณภาพดีช่วยให้มีโอกาสเข้าตาลูกค้าง่ายขึ้น สร้างความประทับใจในการซื้อขายให้กับลูกค้าครั้งแรกเพื่อเปลี่ยนลูกคาขาจรให้กลายเป็นลูกค้าขาประจำ เข้ามาอุดหนุนทางเว็บไซต์ต่อไปเรื่อยๆ

4. แน่นอนว่าการเลือกคีย์เวิร์ดยอดนิยมเป็นตัวแปรสำคัญทำให้ลูกค้าค้นหาเว็บไซต์เจอง่ายขึ้น แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำ SEO เท่านั้น ยังประกอบด้วยปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะเนื้อหาบทความที่มอบประโยชน์ให้ลูกค้า สร้างความเข้าใจในตัวสินค้าและบริการ ทั้งรายละเอียด ข้อมูลการซื้อขาย คำแนะนำเรื่องวิธีการใช้งาน และอื่นๆ

5. การใช้คีย์เวิร์ดทำ SEO ช่วยให้เว็บค่อยๆ ไต่อันดับขึ้นมาได้ แต่อันดับในกูเกิลปรับเปลี่ยนตลอดเวลา มีเว็บใหม่เข้ามาแทรกอันดับอยู่เสมอ การสร้างลิงค์ด้วยคีย์เวิร์ดอย่างเดียวคงไม่พอที่จะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเป้าหมายกลับมาใช้งานเว็บซ้ำอีก จำเป็นต้องอัพเดทบทความให้ทันสมัย เนื้อหาบทความใหม่ๆ จะกระตุ้นให้คนสนใจเข้าชมเสมอ ยิ่งอัพเดทให้เว็บมีความเคลื่อนไหวมากเท่าไรยิ่งมีโอกาสปรับอันดับหรือคงอยู่อันดับสูงยาวนาน พร้อมกับตามเทรนด์การใช้คีย์เวิร์ดให้เหมาะกับสมัยนิยมด้วย คีย์เวิร์ดสามารถปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้มียอดขายเพิ่มขึ้น

คนไทยใช้งานเว็บไซต์มากขึ้นเพราะความสะดวกของเทคโนโลยีมือถือที่อยู่ในมือ จะเห็นได้ว่ามีการค้นหาและซื้อผ่านเว็บไซต์มากขึ้นทุกปี ลองติดตามข่าวคีย์เวิร์ดที่มีการค้นหามากที่สุด โดยเฉพาะคู่แข่งใช้คำว่าอะไร และมีผลกระทบอย่างไร พยายามปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับยุคสมัยและความต้องการของลูกค้า ช่วยรับประกันว่ายอดขายสินค้าออนไลน์จะไม่เงียบเหงาแน่นอน

Search Engine Optimizetion

ช่องทาง Marketing

นักวิเคราะห์ด้าน SEO กับการศึกษาด้านอื่นๆ ของการตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์เป็นวิธีการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการออนไลน์ และในยุคดิจิตอลนี้การตลาดทางอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจที่ดีขึ้น การตลาดดิจิตอลป็นอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยโมดูลต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายธุรกิจ SEO ก็คือส่วนหนึ่งแต่นั่นม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ สมมติว่าคุณเป็นนักวิเคราะห์ SEO และทำได้ยอดเยี่ยมในการสร้างการเข้าชมจาก Search Engine ได้ สำหรับเว็บไซต์ การเรียนรู้เกี่ยวกับโมดูลอื่นๆด้วยนั้นยังเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นเสมอ เช่น โซเชี่ยลมีเดีย และ และการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา สื่อสังคมออนไลน์ไม่สามารถละเลยได้เนื่องจากเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจและในขณะที่ไม่ได้ดึงดูดการเข้าชมโดยตรง แต่จะช่วยสนับสนุนการเข้าชมจากแฟลตฟอร์มอื่น และหากเนื้อหาถูกแชร์บนช่องทางโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้จะเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา ด้วยการแชร์ทางสังคมออนไลน์นี้ โดเมนหรือเว็บไซต์ของคุณจะสร้างชื่อเสียงได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ PPC (Pay Per Click) ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดดิจิตอลที่ยอดเยี่ยมที่หลายๆธุรกิจจำเป็นต้องทำเนื่องจากทั้ง PPC และ SEO มีเป้าหมายเดียวกัน การรวม SEO และ PPC ช่วยให้คุณมีโอกาสสูงที่จะดึงดูดความสนใจของชาวคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อสร้างการเข้าชมเว็บไซต์ ส่วน Content Marketing หรือที่เรียกว่าการตลาดเนื้อหา ทำงานร่วมกันหากวางแผนอย่างเหมาะสมในอุตสาหกรรมการตลาดดิจิตอล เนื้อหาที่สร้างขึ้นอย่างรอบคอบด้วยกลยุทธ์ SEO ที่เหมาะสมสามารถเพิ่มการเข้าชมแบบออร์แกนิคให้กับเว็บไซต์ได้ มันอาจจะเห็นผลได้ช้าแต่มีประโยชน์และผลในการสร้างกระบวนการระยะยาวสำหรับธุรกิจที่ดีได้อย่างมั่นคงยาวนาน โดยเฉพาะถ้าเนื้อหาเหมาะสมกับคำหลักเว็บไซต์ก็จะเพิ่มโอกาสการอยู่ในตำแหน่งสูงสุดใน SERP (ผลการค้นหา)

การตลาดผ่านอีเมล ยังคงพอใช้ได้ผลอยู่

เนื้อหาที่ยอดเยี่ยมสามารถสร้างและเผยแพร่บนเว็บไซต์หรือสามารถแชร์กับสมาชิกผ่านทางอีเมลได้ด้วย อีเมลเป็นหนึ่งในโมดูลที่สำคัญที่สุดเมื่อเทียบกับโมดูลอื่น ๆ ในการสร้างการเข้าชมเว็บไซต์ เพราะคุณไม่ต้องพึ่งพาการจัดอันดับของเสิร์ชเอนจิ้น และไม่ต้องจ่ายเงินสำหรับการทำ PPC ด้วย จุดสำคัญทั้งหมดนี้จะช่วยคุณในการพัฒนาอันดับเว็บไซต์ใน SERP หรือเพิ่ม ROI รวมทั้งการสร้างโอกาสในการขายให้กับธุรกิจ การเรียนรู้ด้านต่างๆของ Digital Marketing ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่นักวิเคราะห์ด้าน SEO จำเป็นจะต้องให้ความสนใจในการเรียนรู้ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นในมากกว่านักวิเคราะห์ SEO คนอื่นๆ การเรียนรู้ด้านต่างๆหรือโมดูลใหม่ ๆ ควรเริ่มทำโดยเร็วก่อนที่จะสายเกินไป เพราะต้องไม่ลืมว่าในโลกของธุรกิจออนไลน์นั้นมีหลายๆอย่างที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

SEO Images

เฉลยวิธีการทำ SEO รูปภาพให้ได้ผล

การทำ SEO รูปภาพถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญ และเพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ ถือได้ว่าการทำ SEO รูปภาพนั้น เป็นการเชื่อมโยงเพื่อให้ google และทาง Facebook ได้รับรู้ว่ารูปภาพของเรานั้น คือรูปภาพประเภทไหนและเป็นรูปภาพอะไร นอกจากนี้ยังคงเป็นการเพิ่มโอกาสดี ๆ ที่จะส่งผลทำให้รูปภาพของเรานั้นได้ถูกค้นพบผ่านการค้นหาในแต่ละครั้ง ซึ่งทางลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายมีสิทธิ์ที่จะได้เห็นรูปภาพของเรามากขึ้น และอาจจะส่งผลทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้มากยิ่งขึ้นร่วมด้วย

ภาพที่คุณถ่ายเองย่อมดีกว่าภาพที่คุณได้เลือกซื้อมา – หากคุณต้องการความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ การที่คุณถ่ายภาพเอง และนำมาใช้เองย่อมเป็นที่น่าเชื่อถือมากกว่าภาพที่คุณได้เลือกซื้อมาอย่างแน่นอน โอกาสที่จะถูกคลิกก็อาจจะมีมากกว่าด้วย

ต้องตั้งชื่อรูปภาพที่สามารถสื่อความหมายภาพได้อย่างถูกต้อง – หาก google ตาบอดสี มองไม่เห็นว่าภาพของคุณคืออะไร สีอะไร สิ่งเดียวที่จะทำให้ google รู้ได้นั่นก็คือ การใส่ชื่อไฟล์ หรือแม้กระทั่งโค๊ดต่าง ๆ ลงไปให้อยู่ด้านหลังของภาพ ที่สำคัญอย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดลงไปด้วย เพื่อให้ google ได้มองออกว่าภาพของคุณคือภาพอะไรกันแน่ โดยหลักในการตั้งชื่อรูป จะมีดังนี้

พยายามตั้งชื่อรูปภาพเป็นภาษาอังกฤษ และจะต้องสามารถสื่อความหมายภาพได้ชัดเจน โดยความหมายที่ว่านี้ก็ต้องเป็นความหมายในภาษาอังกฤษด้วย
อย่าตั้งชื่อรูปภาพเป็นภาษาไทยเด็ดขาด ในกรณีนี้เฉพาะ WordPress
ควรใส่ข้อมูลของรูปภาพให้ได้มากที่สุด ยิ่งใส่ครบทุกช่องยิ่งดี โดยเฉพาะ Alt text เราจะต้องใส่ทุกครั้ง จะไม่ใส่ไม่ได้

ไฟล์รูปภาพขนาดเล็กย่อมดี – ทางด้าน google มักจะให้ความสำคัญสำหรับเว็บไซต์ที่เป็น mobile friendly และจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่สามารถดาวน์โหลดได้ไว สามารถแสดงบนมือถือได้ดีและมีความชัดเจน เพราะฉะนั้นแล้วรูปภาพที่เราได้โพสลงเว็บ จะต้องมีขนาดที่กว้างและยาวเท่าไหร่ก็ได้ แต่โดยรวมแล้วไฟล์จะต้องไม่เกิน 200 kb ซึ่งเราจะต้องพยายามบีบอัดไฟล์ตั้งแต่ช่วงที่เราได้ออกแบบรูป

พยายามส่ง XML image sitemaps – Sitemap ถือได้ว่าเป็นไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการเนื้อหาภายในหน้าเว็บของเราเอง โดยเราจะสามารถส่งออกไป เพื่อที่จะบอกกับทาง google ได้นั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็คือการทำ SEO รูปภาพ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมเรื่อง SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้มากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าหากคุณสามารถทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างครบทุกกระบวนการและขั้นตอนมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่คุณได้ย่อมเป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างแน่นอน

Search Engine Procedure

หากจะทำ SEO ต้องเข้าใจ Search Engine Procedure

การทำ SEO ในแต่ละครั้ง คุณจะต้องเข้าใจด้วยว่า ต่อให้คุณคิดว่าคุณทำ SEO ออกมาได้ดี ทำอย่างเต็มที่สำหรับคุณแล้ว แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คุณจะต้องยอมรับกับความผิดหวังให้ได้ด้วยเสมอ ทุกคนที่เลือกทำ SEO ไม่ได้ประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะการทำ SEO ในตอนนี้ถือได้ว่ามีการแข่งขันที่สูงมากถึงมากเลยทีเดียว การสมหวังจึงถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก ต่อให้คุณมีเทคนิคดี ๆ อยู่ในมือ และลงมือทำทั้งหมดแล้วก็ตาม บางครั้งเทคนิคของคุณก็ยังคงไม่สามารถนำมาใช้ได้ในที่สุด เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณจะต้องยอมรับในตอนนี้ นั่นก็คือ ความผิดหวังที่อาจจะเกิดขึ้นได้สำหรับคุณ และ คุณควรทำความเข้าใจ Search Engine Procedure ให้ได้มากที่สุด ซึ่งวันนี้เรามีเรื่องนี้มาแนะนำกันค่ะ

หากทำ SEO ต้องหันมาศึกษา Search Engine Procedure ร่วมด้วย

ความเป็น Search Engine Procedure หรือ SEP ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนหรือกระบวนการในการทำงานของ Search Engine นั่นเอง ซึ่งถ้าหากคุณเข้าใจและทราบถึงกระบวนการนี้ของ SEP แน่นอนว่าคุณจะสามารถแก้ไขปัญหา ในส่วนที่คุณไม่สามารถทำอันดับให้ขึ้นได้อย่างตามที่คุณคาดหวัง การที่คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับ SEP มากขึ้น จะทำให้คุณมีคุณหมอเข้ามาช่วยรักษาอาการป่วยโรค SEO ที่คุณเป็นอยู่ได้ แถมคุณหมอยังบอกคุณได้อีกว่าโรค SEO ที่เกิดขึ้นกับคุณมาจากสาเหตุใด

เว็บไซต์ของคุณเป็นอย่างไร คุณต้องรู้ทุกซอกทุกมุม

ส่วนใหญ่แล้วเจ้าของเว็บไซต์ มักจะจ้างให้ผู้รับจ้างคนอื่น ๆ ทำ SEO ให้ ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์อาจจะไม่รู้เลยว่า ผู้รับจ้างทำ SEO ได้ทำอะไรกับเว็บไซต์ของพวกเขาไปแล้วบ้าง ซึ่งในเรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญอย่างมาก เพราะถ้าหากผู้รับจ้างทำ SEO ไม่เก่งจริง และทำ SEO ผิดพลาดจนกระทั่งทำให้กูเกิลมองเห็นความผิดจนต้องลงโทษแบน หากเป็นเช่นนี้การแก้ไขจะยากมากที่สุด เพราะฉะนั้นไม่ว่าเจ้าของเว็บไซต์จะจ้างใครทำ SEO จะต้องรู้ถึงความเคลื่อนไหว และจะต้องรู้ทุกซอกทุกมุมเกี่ยวกับเว็บไซต์ทั้งหมดว่าได้ทำอะไรไปบ้างนั่นเอง

หากจะให้เปรียบเทียบเราสามารถเปรียบเทียบ SEP ว่าเป็นผู้จัดการดารา งานหลักของผู้จัดการดาราคือการค้นหานักแสดงคุณภาพไปให้สถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ ซึ่งจะต้องมีการคัดและเน้นเฉพาะ ดารานักแสดงที่มีคุณภาพเท่านั้น เมื่อทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ เกิดความพึงพอใจในตัวดารา และอยากจะได้ดาราจากผู้จัดการดารามาทำการแสดงอีก ย่อมส่งผลดีต่อทุกฝ่ายเพราะได้ผลประโยชน์ไปพร้อม ๆ กันนั่นเอง เฉกเช่นเดียวกันกับการที่เจ้าของเว็บไซต์ได้รู้จักและทำความเข้าใจ SEP มากขึ้น หากทำผลงานออกมาได้ดี ย่อมเป็นที่เข้าตาได้อย่างแน่นอน

Backlinks

การแลกลิงค์อย่างไร ที่ส่งผลเสียต่อการทำ SEO

การแลกลิงค์เป็นการทำ SEO ที่ได้รับความสนใจและใช้กันในวงกว้างของนักทำ SEO เพราะว่าช่วยเพิ่มการเข้าถึงของผู้คนและสร้างความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์เราต่อ Search Engine อย่าง Google ได้เป็นอย่างดี แต่หลายๆ คนก็จะประมาท โดยคิดว่าจะฝากลิงค์ที่เว็บใดก็ได้ แบบก็ได้ ซึ่งนั่นอาจทำให้เกิดผลเสียของเว็บไซต์เราตามมา นักทำ SEO รุ่นใหม่ มักมีความเข้าใจผิดอยู่เสมอว่า การแลกลิงค์ จะทำยังไง กับเว็บไหนก็ได้ แต่จริงๆ แล้วการฝากลิงค์ควรจะฝากตามเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับเว็บเรามากกว่า เพราะหากฝากไปมั่วๆ นอกจากจะไม่มีคนคลิกเข้าเว็บแล้ว ยังสร้างความรำคาญให้กับเว็บอื่นๆ จนแบนยูสเซอร์ หรือรีพอร์ตเราเป็นสแปมได้เลยทีเดียว ดังนั้นเราควรทำความเข้าใจในเรื่องของการแลกลิงค์กันก่อน

หลักการแลกลิงค์สำหรับ SEO

  1. อย่าแลกลิงค์กับเว็บที่มีแนวโน้มว่าเป็นสแปมเพราะเมื่อคุณแลกลิงค์กับเว็บสแปม คุณก็จะถูกมองว่าเป็นสแปมไปด้วย
  2. แลกลิงค์กับเว็บที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเว็บเรา คนที่เข้าไปอ่าน คงจะมีความสงสัยว่า เว็บเราเกี่ยวกับส่วนนั้นอย่างไร บางคนอาจเกิดความรำคาญ จนพาลไม่อยากกดอ่านเว็บนั้นอีกเลยก็ได้ เพราะไม่ได้ในสิ่งที่เขาต้องการ
  3. การแลกลิงค์แบบรัวๆ โดยไม่ทิ้งระยะห่าง ทำให้คนมองเราเป็นสแปมอย่างชัดเจน นอกจากคนจะไม่อ่านแล้ว เราก็เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์นั่นเอง

ไม่ใช่แค่คนใช้งานเท่านั้น Bot ของ Search Engine ที่ถูกพัฒนามาอย่างดีแล้ว ก็สามารถที่จะแยกแยะได้เช่นกันว่า ลิงค์ที่คุณนำไปฝากเพื่อทำ SEO นั้น มีความเกี่ยวข้องกันมากน้อยแค่ไหน หากตรวจเจอเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แบบเว็บบ้านผลบอลดันไปเน้นใส่ลิงค์จากเว็บขายครีมเยอะๆ เว็บไซต์คุณก็จะถูกปรับให้เป็นเว็บไซต์ที่ด้อยคุณภาพไปเลยทันที และยิ่งมีการฟลัดโพสต์ หรือส่งลิงค์ไปรัวๆ ไม่ได้ส่งผลดีต่อเว็บคุณเลย เพราะ Bot จะมองว่าคุณตั้งใจสแปม และส่งเว็บไซต์คุณให้ตกอันดับหรือเข้าห้องดำไปได้เลยทันที

เมื่อทราบดังนี้แล้ว ว่าการแลกลิงค์ นอกจากจะมีผลดีต่อการทำ SEO มากแล้ว การแลกลิงค์ที่ไม่สนใจความเกี่ยวข้องของเนื้อหา และการแลกลิงค์แบบไม่มีคุณภาพ สามารถส่งผลต่อเว็บของคุณได้มากมาย จากอันดับตก จนไปถึงเว็บไซต์ถูกแบนกันได้เลย อย่ามองว่าการแลกลิงค์เป็นเรื่องง่ายๆ ทำได้เล่นๆ ควรจะใส่ใจ และเลือกเว็บไซต์ที่ต้องการแลกลิงค์ให้ดี หรือตรงกับหมวดหมู่ที่เว็บเหล่านั้นจัดให้ เพื่อเพิ่มอันดับและสร้าง SEO ที่มีคุณภาพให้กับเว็บไซต์ของคุณเอง

Search Engine Optimizetion Tips

หรือว่ายุคนี้ SEO จะไม่สำคัญอีกต่อไป ยังไงกันนะ

จากที่ติดตามและเสาะหาข้อมูลที่น่าสนใจในอีกมุมของการทำเว็บไซด์ และ SEO ก็พบว่ามีคนทำเว็บจำนวนมากที่ไม่สนใจเรื่อง SEO กันแล้วเพราะตอนนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปการเข้าถึงข้อมูลต่างๆมีหลายช่องทางไม่ต้องง้อ google มากแบบสมัยก่อนหรือง้อการค้นหาในอินเตอร์เน็ต เพราะมีโซเชี่ยลที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น โดยแทบจะไม่ต้องง้อการทำ SEO ให้สิ้นเปลืองและปวดหัว

กลุ่มที่ไม่สนใจการทำ SEO นั้นเขาบอกว่าการแชร์ข้อมูลไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยตรงดูจะสะดวกกว่าอย่างเช่นการใช้ไลน์ ซึ่งปัจจุบันนิยมกันมากมีการสร้าไลน์สำหรับการโปรโมทเป็นเรื่องเป็นราวแบบเรียกว่าเป็นช่องทางติดต่อหลัก มีการแชร์ลิงค์เว็บและโปรโมทด้านต่างๆ ที่สะดวกและเข้าถึงง่าย การให้ข้อมูลในการนำเสนอก็รวดเร็วทันใจ ส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย เรียกว่าไม่ปวดหัวกับการทำ SEO แถมได้ทราฟฟิคเข้าเว็บไซด์สบายๆ แม้จะไม่แรงเหมือนกันดันอันดับ SEO แต่มันเข้าเป้าและตรงจุดมากกว่าสำหรับกลุ่มที่ไม่เน้นแนวทาง SEO

เพราะเขาต้องการให้คนรู้จักเว็บไซด์ รู้จักบริการ หรือสินค้า และอ่านเรื่องราวที่ต้องการนำเสนอ ไม่ได้หวังผลถึงการค้นหาจนต้องติดอันดับ แต่ก็มีการทำ SEO แบบพื้นๆ คือทำ ออนเพจ แค่นั้นพอให้มีคีย์เวิร์ด มีแทค และส่วนอื่นๆครบตามหลักแต่ไม่เน้นการทำ แบ็คลิงค์ หรือแนวทางอื่นๆ และหันไปใช้โซเชี่ยลเป็นตัวหลักในการทำให้นคนรู้จักเว็บไซด์แทน

งานกับ SEO

แม้จะดูว่ามันไม่น่าจะได้ผลแต่สำหรับการค้าขายต่างๆ ธุรกิจต่างๆ การหันมาใช้โซเชี่ยลนิยมกันมาก และสะดวกค่าใช้จ่ายไม่แพงหากเทียบกับการทำ SEO โดยผู้ชำนาญบอกเลยว่ามันให้ผลคุ้มค่าในระดับหนึ่ง และการใช้โซเชี่ยลก็สามารถทำได้หลายรูปแบบ หลายวิธี ด้วยเหตุนี้หลายๆคนจึงเริ่มคิดว่า SEO ไม่จำเป็นสำหรับเว็บไซด์อีกต่อไป แต่มีไว้เพื่อให้ google เข้ามาเห็นและจัดอันดับไปตามระบบแต่จะติดหน้าไหนก็ปล่อยไป เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักๆเขามีแหล่งและมีช่องทางไว้แล้ว

ดูๆไปในอนาคตมันก็เหมือน SEO จะนิ่งๆ เพราะในเมื่อการรับข่าวสารข้อมูลการเข้าถึงมันมีตัวแปรหลายๆอย่าง แม้ว่าความสำคัญของ SEO จะยังมีอยู่แต่ดูเหมือนจะถูกลดลงไปบ้างเพราะด้วยความยาก การแข่งขัน และราคาค่าทำมันสูงจนหลายคนมองว่าไม่คุ้มสู้หาวิธีใหม่ๆแนวทางใหม่ๆ น่าจะได้ผลกับการค้าหรือการโปรโมทมากกว่า แน่นอนว่าในอนาคตรูปแบบของ SEO ก็อาจจะเปลี่ยนไปไหมเราก็ยังตอบไม่ได้รู้แต่ว่าเราต้องหมั่นศึกษาแนวทางใหม่ๆ ในการทำการค้า การทำเว็บไซด์ต่างๆ เพื่อที่จะได้ก้าวทันโลกออนไลน์

ทำอันดับให้ไวยิ่งขึ้น

“มองให้ขาด” เว็บไซด์แนวไหนที่คู่แข่งน้อย

ปัญหาโลกแตกของคนทำเว็บไซด์และ SEO ที่มักเจอคำถามที่ว่า เว็บไซด์แนวไหนที่คู่แข่งน้อยๆ และอันดับ SEO ขึ้นไว ซึ่งเราก็คงให้คำตอบไม่ได้ว่าเว็บไซด์แนวไหนจะมีคู่แข่งน้อยเพราะทุกแนวต่างมีคนทำหมดไม่ว่าจะแนว วาไรตี้ , กีฬา , ข่าว , หรืออื่นๆ แต่การที่จะให้ติดอันดับ SEO ดีๆนั้นก็มีองค์ประกอบมากมายที่เป็นปัจจัยหลัก

แต่เว็บไซด์ที่ดูจะมีคนทำน้อยๆ น่าจะเป็นเว็บไซด์เฉพาะกลุ่มหรือมีแนวทางเฉพาะเช่น เว็บแนวให้ความรู้ , เว็บเฉพาะทางเช่นเรื่องสุขภาพ , และแนวที่ไม่เน้นขายของเน้นให้ความรู้ ซึ่งเว็บไซด์ในบ้านเรามีแนวๆนี้ประมาณหนึ่งแต่ไม่มากซึ่งน่าสนใจและมีคู่แข่งน้อย แต่อันดับ SEO น่าจะทำให้สูงได้ยากเพราะการค้นหาหรือคีย์เวิร์ดจะเน้นเฉพาะทางจริงๆ แต่บางเว็บไซด์ที่เป็นแนวนี้นั้นจะมีการโปรโมทหลายช่องทางซึ่งจะได้ยอดวิวมากกว่าอันดับการค้นหา แต่เว็บแนวนี้ก็สามารถทำรายได้ให้กับเจ้าของเว็บได้ เพราะเว็บเฉพาะกลุ่มก็จะมีแนวทางที่ชัดเจนว่าเจาะจงไปในเรื่องไหน ดังนั้นข้อมูลต่างๆในเว็บไซด์จึงเน้นคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และมีความสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลมาเขียนบทความหรือใช้การแปลจากต่างประเทศ เน้นเนื้อหาให้ตรงกับเว็บไซด์หรือหมวดหมู่ในเว็บไซด์

แซงหน้าผู้อื่น

ทำไมหลายคนถึงอยากทำเว็บไซด์ที่มีคู่แข่งน้อยๆ

นั่นเป็นเพราะบางคนต้องการทำรายได้จากเว็บไซด์นั่นคือการติด adsense และมีรายได้จากยอดวิว ซึ่งในปัจจุบันมีคนทำเว็บเพื่อการนี้คนข้างเยอะ และมีเกือบทุกๆแนวด้วย และมันก็มีผลกับการทำ SEO เพราะทุกเว็บต้องการให้มีอันดับที่ดีจากการค้นหา แต่เว็บเฉพาะทางเหล่านี้จะทำ SEO ได้ยากและดูเป็นการท้าทายสุดๆ เพราะคำหลักในการใช้ทำคีย์เวิร์ด มันค่อนข้างกว้างและอาจไม่ใช่คำค้นหาหลัก และการทำคอนเทนต์แนวเฉพาะทางนั้นการแทรกคำคีย์เวิร์ดก็ดูจะยากเพราะหากเนื้อหาเน้นทางวิชาการจริงๆมันก็มีความหลากหลายมาก แต่เราอยากบอกว่ามันน่าสนใจจริงๆ และหากคุณเป็นคนที่สนใจในการทำเว็บไซด์และการทำ SEO เราอยากให้ลองทำเว็บไซด์แนวเฉพาะทางดูบ้างเพื่อเป็นการทดสอบความสามารถและความพยายามของตัวเองในการทำให้เว็บเป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จในระดับที่ตั้งเป้าไว้ หรือ สามารถหารายได้จาการทำเว็บไซด์เป็นของตัวเอง ซึ่งมันจะเป็นรายได้ระยะยาวแบบค่อยๆมา ค่อยๆเก็บ ซึ่งดูแล้วเป็นอะไรที่น่าสนใจจริงๆ ไม่เชื่อคุณลองหาข้อมูลกันดูแล้ววางแนวทางไว้และลงมือทำรับรองว่าผลลัพธ์น่าจะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งแน่นอน