8 เหตุ ที่อันดับไม่ขึ้น แม้จะทำ content SEO แล้ว

8 เหตุ ที่อันดับไม่ขึ้น แม้จะทำ content SEO แล้ว

หนึ่งในองค์ประกอบหลักของเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการทางออนไลน์คือ การทำบทความ SEO ซึ่งหลายคนได้พยายามทำด้วยตัวเอง โดยอาศัยการใส่คีย์เวิร์ดลงไปตามที่มีคนแนะนำ แต่ก็ยังพบปัญหาว่าอันดับของเว็บไซต์จากการสืบค้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจและยอดขายก็ยังไม่เพิ่มขึ้น เราจึงได้รวบรวมสาเหตุที่ส่งผลทำให้อันดับเว็บไซต์ SEO ยังไม่ขึ้น เพื่อการสำรวจหาจุดอ่อน ดังนี้

content-SEO

1. เนื้อหาภายในบทความ SEO มีความซ้ำ หรือเป็นการก๊อปปี้จากแหล่งอื่น ซึ่งระบบวิเคราะห์ดาต้าของ search engine สามารถประเมินออกมาได้ และทำให้ผลการจัดอันดับเว็บไซต์ในการสืบค้นต่ำลง

2. ความช้าของ hosting ที่ดูแลเว็บไซต์ หากเคยมีประสบการณ์การเข้าใช้บริการผ่าน server บางแห่งจะทราบว่ามีปัญหาเกิด error ง่าย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจก็เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่อยากเสียเวลาคลิกเข้ามาในเว็บไซต์อีก และทำให้ลดความสำเร็จในการสืบค้นและการจัดอันดับไปด้วยแน่นอน

3. การใส่คีย์เวิร์ด SEO ที่ไม่เหมาะสมในส่วนของ description และเนื้อหา เช่น ใส่คีย์เวิร์ดซ้ำหรือหลายคำเกินไป จนเป็นการยัดเยียดเนื้อหา ทำให้ผู้อ่านรู้สึกรำคาญในความไม่เป็นธรรมชาติและไม่เข้ามาในเว็บไซต์อีก ความนิยมอ่านบทความ SEO ของกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจจึงลดลง อันดับการสืบค้นก็จะตกลงไปด้วยเช่นกัน

4. ตัวเว็บไซต์ที่ทำ SEO ไม่มีความหลากหลายต่ออุปกรณ์ กล่าวคือ ขาดรูปแบบที่รองรับการใช้งานของ smartphone ทั้งที่เป็นอุปกรณ์ไอทีพกพาที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการสืบค้นดาต้าได้ทุกที่ทุกเวลา จึงทำให้อันดับในการสืบค้นไม่สูงเท่าที่ควร

content

5. คีย์เวิร์ดในบทความ SEO ไม่ตอบโจทย์หรือไม่อัพเดตตามเทรนด์การสืบค้นของกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากขาดการวิจัยคีย์เวิร์ด ซึ่งจุดนี้แก้ได้ด้วยการใช้โปรแกรมวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่มีให้ดาวน์โหลด แต่ต้องหมั่นอัพเดตเสมอด้วยเช่นกัน

6. บทความ SEO ดีแล้ว แต่ขาดการปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับที่ search engine กำหนด เช่น ขาดคีย์เวิร์ดในหัวเรื่องหลัก หัวเรื่องรอง รูปภาพ และการแท็กต่าง ๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับสืบค้น

7. ขนาดไฟล์ภาพ SEO ก็มีความสำคัญ เพราะทำให้ใช้เวลาในการอัพโหลดหรือดูภาพประกอบยาวนานขึ้น หากเป็นภาพใหญ่เกินจำเป็นก็ต้องแก้ไขเพื่อให้การเช็ค sitespeed ของเว็บไซต์ได้ผลลัพธ์ที่ดี ทำให้อันดับเว็บไซต์สูงขึ้นได้

8. ที่อยู่ของเว็บไซต์หรือ URL address มีการตั้งชื่อเป็นภาษาไทยและขาดคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม ทำให้การตรวจสอบลิ้งค์หรือบทความ SEO จาก search engine เกิดข้อผิดพลาดง่ายและทำให้อันดับเพจตกลงไปด้วย

อันดับไม่ขึ้น แม้จะทำ content SEO แล้ว

จาก 8 สาเหตุที่กล่าวมา หวังว่าจะเป็นการชี้จุดอ่อนในการทำเว็บไซต์ SEO ที่สามารถแก้ไขได้ทั้งสิ้น เพื่อให้การจัดอันดับเว็บไซต์ได้ผลดีและทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรุ่งเรืองต่อไป

ยอดหายลดฮวบ

เหตุผลที่ทำให้ยอดขายไม่พุ่ง แม้ปรับเว็บดีแทบตาย

การทำงานขายสินค้าและบริการออนไลน์ในปัจจุบันจำเป็นต้องใช้ระบบ SEO เพื่อให้สามารถเพิ่มอำนาจการแข่งขันและยกระดับยอดขายให้สูงขึ้นตามไปด้วย แต่หลายคนก็ยังประสบปัญหาแม้จะทำเว็บไซต์ให้เข้าสู่ระบบนี้แล้ว ก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทั้งยอดขายและกำไร เรามาดูกันว่ามีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง

1. มีเนื้อหาบทความที่คัดลอกมาจากที่อื่น นอกจากเสี่ยงต่อการถูกแบนหรือถูกร่นอันดับให้ตกลงในการสืบค้น ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์บริษัท ทำให้ขาดความน่าเชื่อถืออย่างมาก ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ หากเป็นการซื้อสินค้าที่มีหน้าตาคล้ายกันมาก แต่ตัวหนึ่งเป็นของต้นแบบ อีกตัวหนึ่งเป็นสินค้าก๊อปปี้ คุณจะเลือกซื้อสินค้าเจ้าไหน การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการจากกลุ่มเป้าหมายก็มีลักษณะเดียวกัน

2. การเข้าถึงเนื้อหาเว็บไซต์ SEO ยาก เพราะมีอัตราเร็วในการส่งหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงเทคนิคต่ำ หรือที่เรียกว่าโหลดช้า ทำให้เสียโอกาสในการขาย หากมีหลายเว็บไซต์ที่ขายสินค้าและบริการอย่างเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายย่อมเลือกอ่านบทความและคลิกซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ที่ให้ผล download ข้อมูลเร็ว ฉับไวกว่าแน่นอน เรียกได้ว่านอกจากทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจแล้ว ยังทำให้เสียลูกค้าในระยะยาว แถมยังถูกลดอันดับการสืบค้นจาก search engine ได้เช่นเดียวกับข้อแรก ในจุดนี้ต้องแก้ไขที่ hosting หรือ server ที่เว็บไซต์ไปเช่าพื้นที่ขายออนไลน์ (ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบงาน hosting ของเราได้เลย)

3. การไม่อัพเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ทำให้การจัดอันดับสืบค้นถอยลงไปอยู่ตำแหน่งล่างเพราะถูกคู่แข่งทางการค้าเจ้าอื่นที่มีความสม่ำเสมอกว่าชิงตำแหน่งท็อปไป

4. การไม่แก้ไขจุดบกพร่องของโค้ดหรือลิ้งค์ที่ผิดพลาด ปล่อยให้ลิ้งค์ที่เสียยังค้างในฐานข้อมูลส่งผลให้การจัดอันดับตกลง ทำให้เสียโอกาสในการนำเสนอเว็บไซต์ต่อกลุ่มเป้าหมายไปโดยปริยาย

5. การทำเว็บไซต์ SEO ไม่ตอบโจทย์ด้านความคล่องตัวในการใช้งานเนื่องจากคนส่วนใหญ่ยุคมิลเลนเนียมนิยมสั่งซื้อสินค้าและบริการ เช่น การจองตั๋วเครื่องบิน การจองห้องพักตามแหล่งท่องเที่ยว ฯลฯ ผ่านทางระบบมือถือมากกว่า 6 ใน 10 คน การทำเว็บไซต์ที่ใช้ได้เฉพาะคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จึงทำให้เสียลูกค้าส่วนนี้ไป

6. คีย์เวิร์ดที่ใช้ทำ SEO ขาดความอัพเดต เช่น ไม่ใช้โปรแกรมวิจัยที่ทันสมัยในการวิเคราะห์คำที่กลุ่มเป้าหมายนิยมใช้สืบค้นสินค้าและบริการในแนวทางธุรกิจของคุณ ทำให้การเขียนบทความและการทำรูปหรือสื่อมัลติมีเดียประกอบไม่จูงใจผู้อ่าน ทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์บริษัทที่ล้าหลัง โอกาสขายสินค้าและบริการได้ก็จะน้อยตามลงไปด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 6 สาเหตุที่ทำให้ยอดขายไม่พุ่งแม้จะปรับเว็บไซต์ให้เป็นระบบ SEO แล้วก็ตาม หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์จุดอ่อน เสริมจุดแข็งแก่ธุรกิจออนไลน์ของคุณได้ไม่มากก็น้อย

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้จัก SEO

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้จัก SEO

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้จัก SEO

SEO เป็นเทคนิคที่ทำให้สินค้าของคุณฮิตติดตลาดได้จากการที่ลูกค้าหรือคนที่ต้องการซื้อสินค้าในแนวของคุณ คีย์ หาด้วย keyword หรือ ชื่อสินค้า ชื่อแบรนด์ที่สนใจ ผ่านทางกูเกิ้ล ยาฮู หรือ บิง ก็สามารถค้นเจอหน้าเว็บไซต์ขอคุณขึ้นมาหราเป็นดันดับต้น ๆ นั่นแปลว่า SEO จะเป็นตัวช่วยสุดเลิศที่ทำให้คุณกับลูกค้าทางออนไลน์ได้เจอหน้ากันนั่นเอง ซึ่งศัพท์เต็ม ๆ ของ SEO คือ “Search Engine Optimization” เป็นคำที่คนขายของออนไลน์ “ไม่รู้จักไม่ได้เด็ดขาด” เพราะเทียบได้กับการเลือกทำเลร้านจริง ๆ คือ หากการมีหน้าร้านติดทำเลถนนหรือมีลูกค้าเดินผ่านไปมามาก ๆ ลองคิดดูว่า ย่านสีลม , สยาม , สำเพ็ง , ปากคลองตลาด , พาหุรัด , ตลาดสี่มุมเมือง ฯลฯ คำเหล่านี้ล้วนเป็นชื่อสถานที่ที่คุณคิดออกเลยว่า อยากหาอะไรต้องไปที่ไหน อย่างอยากหาซื้อเสื้อผ้าวัยรุ่นชิค ๆ แนวใหม่ล่าสุด ต้องไปเดินสยาม อยากหาของกินสไตล์หนุ่มสาวหรูหราต้องเครือเซ็นทรัล-เอ็มควาเทียร์ จะซื้อผลไม้ไปขายต่อแบบขายปลีกหรือขายรถเข็น ต้องตลาดสี่มุมเมือง หรือจะซื้อดอกไม้สดไปจัดช่อใช้งานตามโรงแรมหรืองานแต่งงานทีละเยอะ ๆ ก็มาปากคลองตลาด ฯลฯ

SEO เปรียบเสมือนการเลือกทำเลให้ลูกค้าพิมพ์

ตราบเท่าที่สถานที่เหล่านี้สำคัญในชีวิตจริง เราก็อยากบอกว่าการทำ SEO ก็เปรียบเหมือนการเลือกทำเลให้ลูกค้าพิมพ์แล้วหาคุณเจอง่าย ๆ 1 ใน สาม หน้าแรก จากการค้นหาเท่านั้นที่เขาวิจัยแล้วว่าทำให้ลูกค้าได้เจอร้านคุณและ “คลิกเข้ามาชม” มากที่สุด ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ ไม่ใช่ว่าจะพิมพ์ว่า SEO SEO SEO หรือใส่ว่า ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้ ซ้ำ ๆ แบบนี้ มีหวังโดนแบน แถมลูกค้าจะ “block” คุณออกจากสาระบบ เพราะรำคาญใน “ความไร้สาระ” หรือ “ความเวิ่นเว้อ” และที่สำคัญคือ ลูกค้าจะรู้สึกว่า คุณทำให้เขาเสียเวลา เสียค่าเน็ตในการคลิกเข้ามาแล้วอ่านอะไรที่ “ไม่ได้เรื่อง” เท่ากับว่าคุณจะเสียลูกค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการไปโพสต์บอกต่อในแนวว่า “ของห่วย บอกต่อ” ประจานกัน แป๊บเดียว ลูกค้าคุณก็จะหายไปครึ่ง ๆ เลยทีเดียว

จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสินค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะทำตัวเว็บไซต์ เขียนบทความสำหรับโพสต์ลงเว็บไซต์ ทำรูปประกอบในเว็บไซต์ งานถ่ายภาพเพื่อขายไปประกอบบทความในเว็บไซต์ จึงต้องอาศัยหลักทาง SEO และที่เราเพิ่งทำให้คุณเห็น คือ การใช้ SEO ของคีย์เวิร์ดว่า เว็บไซต์ แบบง่าย ๆ ยังไงเล่า เราหวังว่าคุณคงพอจะเข้าใจ ความหมายในทางปฏิบัติของการทำ SEO กันมากขึ้น และเชื่อว่าจะเป็นบันไดไต่ยอดให้นักขายของออนไลน์ใส่ใจพัฒนาการ PR ตัวเองมากขึ้น นอกจากการเน้นที่คุณภาพของสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

SEO เปรียบเสมือนการเลือกทำเลให้ลูกค้าพิมพ์

เทคนิคการทำ SEO

วิธีเขียนอธิบายสินค้าด้วยเทคนิคการทำ SEO

ปัจจุบันผู้บริโภครุ่นใหม่หันมาซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น เพราะความสะดวกในการค้นหาผลิตภัณฑ์ คุณเป็นผู้ประกอบร้านค้าออนไลน์จะมีวิธีเขียนอธิบายนิยายของสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างไร เรื่องนี้สำคัญ การทำ SEO เข้ามามีบทบาทเพื่อให้ลูกค้าค้นหาเว็บไซต์พบเป็นอันดับแรก จากนั้นสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ออนไลน์กับร้านค้าอื่น ๆ บนอินเทอร์เน็ตได้ง่าย คำอธิบายที่ตรงใจและมีเอกลักษณ์ ไม่ได้คัดลอกใคร จึงจะทำให้ระบบอัลกอริทึ่มของ Google ค้นหาเว็บและเชื่อมโยงกับคีย์เวิร์ดที่ผู้บริโภคค้นหาอย่างรวดเร็ว คุณควรเรียนรู้วิธีเขียนเนื้อหาที่ดีที่สุด อ่านง่าย เข้าใจได้ทันที สามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้ค้นหามากเท่าไร ก็มีโอกาสได้ใจลูกค้าและปิดการขายง่ายขึ้นเท่านั้น

ทำไมการเขียนคำอธิบายผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องทำ SEO เนื่องจากเครื่องมือค้นหาอย่าง Google ทำงานเหมือนไดเร็กทอรีเว็บซึ่งติดตาม เว็บไซต์ หลายพันเว็บ มักจะประเมินเอกลักษณ์และความเกี่ยวข้องของหน้าเว็บ ดังนั้น หากคุณต้องการให้ธุรกิจของคุณค้นพบง่ายที่สุด คำอธิบายสินค้าต้องทำ SEO ด้วย มีหลักการง่ายๆ ดังนี้

หลักการทำ SEO ให้ธุรกิจเป็นที่รู้จัก

1.เน้นคุณสมบัติสำคัญ

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซมักเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ขายจำเป็นต้องเน้นคุณลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน แม้ว่าจะเขียนบทความดีแค่ไหน แต่ถ้าสินค้าไม่มีประโยชน์หรือข้อดีเหนือกว่าคู่แข่ง ผู้ซื้อออนไลน์มักจะมองข้ามไป การเน้นคุณสมบัติสำคัญในคำอธิบายจะช่วยดึงดูดความสนใจมากขึ้น

วิธีเขียนอธิบายสินค้าด้วยเทคนิคการทำ SEO

2.ทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ของตนเอง

หากไม่เข้าใจผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างครบถ้วน คุณอาจไม่สามารถพูดถึงคุณลักษณะที่ผู้ใช้กำลังมองหาได้อย่างตรงใจ ผู้ประกอบการต้องรู้ว่าสินค้ามีดีอะไร เปรียบเทียบกับคู่แข่งแล้วมีจุดเด่นกว่าตรงไหน ที่สำคัญคือรู้ว่าลูกค้าเป้าหมายกำลังมองอะไร คำอธิบายที่ทำ SEO จะช่วยให้ผู้ค้นหาเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น อาจเขียนบทความแนะนำและนำเสนอจุดขายที่ไม่ซ้ำใคร

3.กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ

ทุกผลิตภัณฑ์ต้องขายออกไป เจ้าของกิจการรู้จักสินค้าของตนเองแล้ว ต้องรู้ด้วยว่าใครกำลังมองหาของสิ่งนั้นอยู่ กำหนดลูกค้าเป้าหมายเพื่อให้การเขียนบทความ เขียนคำโฆษณา และการทำ SEO ทำได้ตรงประเด็นที่สุด เพื่อให้ผู้เข้าชมสนใจในผลิตภัณฑ์ของคุณและตัดสินใจซื้อในที่สุด

4.ใช้ภาษาที่เหมาะสม

การเลือกคำสำหรับคำอธิบายผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญ ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย ถ้าลูกค้าเป็นบุคคลทั่วไปอาจใช้ภาษาธรรมดาที่เรียบง่าย แต่ถ้าเป็นสินค้าเฉพาะทาง เช่น อุปกรณ์การแพทย์ ต้องใช้คำศัพท์เทคนิคซึ่งอาจแตกต่างจากคำศัพท์อื่น ๆ หรือลูกค้าวัยรุ่นควรหลีกเลี่ยงการใช้คำฟุ่มเฟือย เขียนกระชับ อ่านง่าย เพราะเป็นเรื่องปกติของวัยนี้ที่ไม่คุ้นกับการอ่านข้อความยาว ๆ

การเขียนแนะนำสินค้าควรเน้นการให้ข้อมูล เนื่องจาก Google ตรวจสอบข้อมูลอันเป็นเท็จเสมอ อย่าให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เกินจริง เลี่ยงคำว่า ขายดีที่สุด ติดอันดับสูงสุด อาจเป็นอันตรายต่อแบรนด์ของคุณและทำให้เว็บถูกลงโทษก็ได้ พฤติกรรมของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ชอบค้นหาอะไรนาน ๆ ควรใช้เพียงไม่กี่ประโยคง่าย ๆ และเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

เขียนอธิบายสินค้าด้วยเทคนิคการทำ SEO

เว็บไซต์ SEO

SEO ทำตลาดออนไลน์ชัวร์และใช้ทุนไม่มาก

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจประเภทใด มีหน้าร้านหรือขายทางออนไลน์ ก็จำเป็นต้องโฆษณาและทำตลาดเพื่อให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แรกทีเดียวธุรกิจที่มีเงินทุนไม่มากนัก นิยมใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางขายสินค้าออนไลน์ ถึงไม่มีชื่อเสียงมากแต่สามารถกดไลค์ กดแชร์เพื่อสร้างคอนเนคชั่นไปได้กว้างไกล แต่หลังจากทางเฟซบุ๊กเก็บค่าโฆษณาออนไลน์ Facebook Ads ช่วงแรกราคาเบาๆ ช่วงหลังแพงขึ้น ยิ่งเป็นระบบเก็บเงินจากยอดคลิกหรือยอดโฆษณาแต่ละครั้ง ทำให้รายจ่ายเพิ่มทวีคูณ ต้นทุนสูงมากจนต้องมองข้ามเฟซบุ๊ก ย้อนกลับมาหาเว็บไซต์แบบดั้งเดิมพร้อมกับ การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาในหน้าแรกๆ ของกูเกิ้ล ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคหน้าใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาอันรวดเร็ว

ทำการตลาดผ่านเว็บไซต์ โดยใช้ต้นทุนน้อย

การทำการตลาดโดยผ่านเว็บไซต์จะใช้ทุนน้อยกว่าการจ่ายโฆษณาทางเฟซบุ๊ก ซึ่งจะคำนวณค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ส่วนการทำ SEO จะมีค่าบริการในครั้งแรกที่สำคัญ ในช่วงหลังต่อไป ถ้าสามารถจัดหาบทความหรือสร้างเนื้อหาเพื่อโฆษณาสินค้าและบริการได้ด้วยตัวเอง อาจจะไม่ต้องจ่ายแพงเหมือนในครั้งแรกหรือไม่ต้องจ่ายอีกเลยก็ได้ หัวใจสำคัญของการโปรโมทเว็บด้วยเนื้อหาบทความจะต้องเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เช่น คำเดียวอย่าง “เครื่องสำอาง” เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง หรือ “เครื่องสำอาง ครีมกันแดด” การใช้คำค้นหายาวจะเข้าถึงความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงและค่าใช้จ่ายจะถูกลงด้วย เพียงใส่คำค้นหาอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ลูกค้ามองหาไปยังเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น แนะนำให้เลือกบทความที่มีประโยชน์กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการใช้งานอย่างคุ้มค่าหรือไอเดียต่างๆ ที่น่าสนใจ ตลอดจนเรื่องราวสัพเพเหระที่น่าจะถูกใจลูกค้า เป็นการโปรโมทอย่างแนบเนียนโดยไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าถูกยัดเยียดโฆษณา การที่ผู้ชมเข้ามาเลือกหาสินค้าบ่อยๆ จะมีโอกาสได้จำนวนมากขึ้น

หลายคนซื้อโฆษณาจากเฟซบุ๊ก สินค้าหรือบริการของตนเองเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายในกลุ่มลูกค้า แต่ไม่เห็นว่ายอดขายจะขยับมากขึ้นเท่าไร เป็นไปได้ว่ายังมีจุดบอดในด้านอื่น เช่น สินค้าไม่โดดเด่นพอ ยังคงมีความคล้ายกับคู่แข่ง ทำให้ยากที่จะสร้างยอดขายได้มากและรวดเร็วอย่างที่ตั้งใจ อีกส่วนคือในเพจไม่ได้มีอะไรให้น่าติดตาม เรียกว่าขาดเสน่ห์จูงใจ ในการทำเว็บไซต์จะมีพื้นที่ให้นำเสนอเนื้อหาที่ดึงดูดลูกค้าให้สนใจสินค้าและบริการมากขึ้น มุ่งสร้างยอดขายได้ดีกว่าเดิม การทำ SEO จะเปิดช่องทางให้ลูกค้าใหม่เข้ามา นอกจากจะโปรโมทสินค้าและบริการของเราเองให้เป็นที่รู้จักกว้างขึ้น เราเองจำเป็นต้องพัฒนาบริการที่ดี มีข้อมูลรายละเอียดมาก ยินดีตอบคำถามและมีช่องทางติดต่อสื่อสารหลายช่องทาง ส่งของให้ลูกค้ารวดเร็วและถึงที่หมายเรียบร้อยทุกประการ ถือเป็นอาวุธที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นผล อย่าคิดจะหวังพึ่งพา SEO อย่างเดียว

ทำการตลาดผ่านเว็บไซต์

seo สูงขึ้น

Backlinks Dofollow ไม่มี แต่อันดับพุ่งเอาพุ่งเอา

seo สูงขึ้น

ถึงกับเงิบเลยทีเดียว เมื่อเห็นเว็บไซต์ที่ไร้แบคลิ้งค์แบบ Dofollow กลับมีดับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพบเห็นพฤติกรรมแบบนี้ในหลายคีย์เวิร์ดหลักด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคีย์เล็กๆหยุมหยิม หรือเป็นคีย์พนันที่มีคู่แข่งสูง มันเกิดอะไรขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของปัจจัยในส่วนของแบคลิ้งค์ ทำไมเว็บไซต์ที่มีแบคลิ้งค์คุณภาพจำนวนมากจึงไม่สามารถสู้เว็บไซต์ที่ปราศจากลิงค์แบบดูฟอลโล่แม้แต่ลิงเดียวได้เลย

ให้ลองสังเกตุเว็บเหล่านั้น ที่ติดอันดับดีขึ้นส่วนมากจะเป็นเว็บมีทราฟฟิกเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ จริงๆแล้วอย่างที่เรารู้กันดีว่า ณ เวลานี้อันกอริทึ่มตัวล่าสุดสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้ได้เอง และพฤติกรรมผู้ใช้ก็จะมีอยู่ในฐานข้อมูล Google อยู่แล้ว อาจจะเป็นจากบริการเซอร์วิสอื่นๆอย่างเช่น Google Analytics พฤติกรรมของเจ้าอัลกอริทึ่มตัวล่าสุด เรียนรู้และพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลอย่างมากให้กับ Website ที่ไม่มีเวลาแต่งแบคลิ้งค์คุณภาพ แต่กลับมีอันดับดีขึ้นและมั่นคง นั่นก็คือเรื่องของ “พฤติกรรมคนเข้าเว็บในรูปแบบ Direct” คือมีการพิมพ์ชื่อเว็บเขาไปตรงๆ ผ่านการค้นหา Google และมีการคลิกไปยังเว็บนั้น รวมไปถึงมีการไปติดโฆษณาแบนเนอร์ตามเว็บไซต์ต่างๆในรูปแบบ Nofollow มีคนคลิกมายังแบนเนอร์นั้นจำนวนมาก ที่สำคัญคือมีการใช้เวลาอยู่ในหน้าเว็บไปทางอย่างยาวนานเพิ่มขึ้นกว่าปกตือีกด้วย

ทำเว็บให้ผู้ใช้อยู่ในเว็บนานๆ อีกหนึ่ง 1 เทคนิค SEO

ทำให้ผูคนอยู่นานๆ

เมื่อมีการคลิกแบนเนอร์มามากขึ้น เมื่อพฤติกรรมคนเข้ามาในเว็บแล้วอยู่เป็นระยะเวลานานพอสมควร มันจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้อันดับเว็บไซต์เรานั้นดีขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา ไม่เชื่อต้องลองทดสอบดู ลองเปิดเว็บไซต์ใหม่ซักหนึ่งเว็บแล้วลองไปหาลงโฆษณาในเว็บที่เกี่ยวข้องที่มีทราฟฟิคเยอะ และเพื่อความชัวร์ว่าไม่เกี่ยวกับ Backlinkให้เราติดในรูปแบบของ Nofollow เอาไว้ เมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าเว็บไซต์ของเรามีผู้ชมมาจากแหล่งเว็บที่เราไปติดแบนเนอร์ ผ่านมายังเว็บไซต์ของเรา แล้วมีการใช้เวลาอยู่พอสมควรที่หน้าเว็บไซต์ของเรานี้ แปลว่าเว็บไซต์ของเราตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ ส่งผลให้กับเว็บใหม่ที่เราพึ่งสร้างนั้นมีอันดับดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ทริกนี้คงจะใช้ได้ไม่นานนัก ต้องอยู่ที่เจ้าอัลกอริทึมตัวล่าสุดของ Google ว่ามันจะเรียนรู้แล้วปรับปัจจัยต่างๆไปในทิศทางใดอีก

เรื่องสำคัญของเนื้อหา ในการสร้างคอนเท้นต์

Content สำคัญอย่างไรกับการสร้างเว็บไซต์

การทำ SEO ส่วนที่สำคัญอันดับต้นๆ เลยก็คือการเขียน Content ดีๆ มาสนับสนุน SEO นั่นเอง Content หรือบทความ มีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ กว่าจะมาเป็น Content ดีๆ ได้ นั่นก็คือ Description, Keyword, รูปภาพประกอบ และเนื้อหา ซึ่งแต่ละส่วนจะมีความสำคัญอย่างไรกับการทำ SEO อย่างไร เรามีคำตอบ

Content ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง : การสร้างเนื้อหาบทความที่ดี ส่งผลให้คนเข้าถึงเว็บไซต์ได้มากขึ้น ยิ่งบทความน่าสนใจ ถูกค้นหาบ่อยๆ และได้รับการแชร์มากขึ้นเท่าไหร่ เว็บของคุณก็ถูกเข้าถึงมากขึ้น และมีโอกาสไต่อันดับขึ้นไปยังหน้าแรกของ Search engine ได้อย่างง่ายดาย การทำ SEO ก็จะเห็นผลเร็วขึ้น

Keyword นั้นสำคัญอย่างไร : การสร้างคีย์เวิร์ด เพื่อประกอบในการทำ SEO นั้น ต้องรู้จักเลือก เราต้องเลือกคีย์เวิร์ดจากมุมมองของคนทั่วไป ที่มีการค้นหาใน Internet เราสามารถค้นหา trend การค้นหาคำต่างๆ ได้จากเครื่องมือของ google แล้วเลือกให้ตรงกับเว็บเราได้ จากนั้นก็มาปรับใช้กับ Content และทำ SEO ต่อไป

Description น่าสนใจ เพิ่มจำนวนคนอ่าน : หัวข้อของบทความ เป็นอะไรที่ไม่ควรมองข้าม ศึกษาได้จากพฤติกรรมการค้นหาของคนใช้ Internet ส่วนมากจะเป็นในแนวคำถาม เช่น ต้องการกินอาหารอร่อยต้องไปที่ไหน โรงพยาบาลไหนบริการดี เราก็จะมีการนำหัวข้อเหล่านี้มาปรับใช้กับการทำSEO ของเว็บเรา เช่นเว็บเราขายเสื้อผ้า ก็อาจจะตั้งหัวข้อว่า เสื้อผ้าแบบไหนเหมาะกับสาวอวบ? หรือ ใส่เสื้อสีขาวอย่างไรไม่ให้ดูเชย เป็นต้น แค่นี้การค้นหา และความน่าสนใจของบทความเราก็จะมีมากขึ้น ช่วยให้ SEO ของเว็บเราดีขึ้นตามมาด้วย

รูปภาพก็สำคัญอย่าลืม : เว็บที่มีแต่บทความอย่างเดียว แม้จะมีเนื้อหาน่าสนใจ แต่ก็อาจจะทำให้น่าเบื่อได้ การทำ SEO จึงต้องเพิ่มรูปภาพเข้าไปให้เหมาะสม และช่วยดึงดูดความสนใจของคนอ่านได้เป็นอย่างดี และในการใส่รูปภาพ เราสามารถใส่คำอธิบายภาพ หรือชื่อของภาพลงไปได้ด้วย เพื่อเพิ่ม SEO เข้าไปในรูปภาพ ช่วยในการค้นหาอีกทาง

เนื้อหาไม่วกวน เวิ่นเว้อ น่าสนใจ : เนื้อหาของบทความที่ดีในการทำ SEO ต้องมีความน่าสนใจ น่าติดตาม และไม่วกวน เพราะจะทำให้คนไม่อ่าน และเลิกอ่านกันไปได้ง่าย

ทั้งหมดนี้ รวมกันแล้วก็จะได้ Content ที่ดี ช่วยในการทำ SEO ให้ติดอันดับได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่การฝาก backlink เองก็ต้องใช้ content ที่ดี ดูไม่จงใจเกินไป เพื่อลดปัญหาการถูกแบนจากเว็บที่ฝากลิงค์ด้วย การค้นหาเว็บไซต์จาก Search engine ต้องใช้เนื้อหาจาก content เป็นหลัก อยากทำอันดับ เลือกใช้ SEO ที่ดี เลือก Content ที่ดี แค่นี้ก็ติดอันดับได้แล้ว

Keywords Research

รู้จักกับคีย์เวิร์ด สำคัญอย่างกับการทำ SEO

ความสำคัญของการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นผลลัพธ์ลำดับแรกๆ ของการค้นหาสิ่งที่ต้องการในกูเกิล นับเป็นหนึ่งวิธียอดนิยมที่ใช้ในการโปรโมทเว็บไซต์ให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น คีย์เวิร์ดเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่ง ผู้ใช้งานต้องการหาคำตอบก็จะพิมพ์คำนั้นหาคำตอบบนกูเกิลเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับเว็บไซต์สินค้า บริการ และอื่นๆ ตามต้องการ มาดูกันว่าควรเลือกคีย์เวิร์ดอย่างไรให้ยอดขายพุ่งกระฉูด

1. การขายสินค้าและบริการต้องดึงดูดลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาเยี่ยมชมมากที่สุด เลือกคีย์เวิร์ดที่สั้นและชัดเจน เรียกว่าเป็น “คีย์เวิร์ดหลัก” ยิ่งเฉพาะเจาะจงคีย์เวิร์ดมากเท่าไร จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้แม่นยำตรงใจมากที่สุด เช่น รองเท้าฟิตเนส รีสอร์ตเชียงใหม่ หนังมาใหม่ และ iPhone 6

2. การใส่คีย์เวิร์ดที่มีคำขยายความเพื่อเชื่อมโยงให้ตรงกับความต้องการเฉพาะเจาะจง เช่น “ชื่อสินค้า รุ่น ราคา” หรือ “รองเท้าฟิตเนส ราคาถูก” เป็นคำที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่กำลังมองหาอยู่ คำขยายความจะเพิ่มความชัดเจน ผลการค้นหาจะแคบลง ผู้ประกอบการจะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายมากขึ้นทำให้มีโอกาสขายสินค้าได้ง่ายขึ้น ฝ่ายลูกค้าจะเห็นว่าเว็บไซต์ขายสินค้าอะไร เพื่อลูกค้ากลุ่มไหน ทำให้พบสินค้ารวดเร็วและตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

3. ในกรณีที่ลูกค้าต้องการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดในวงกว้าง เพื่อมองหาอะไรใหม่ๆ นิยมใช้คำค้นหาที่สั้นและความหมายค่อนข้างกว้าง เช่น ร้านอาหาร หนังสือ มือถือ แนะนำให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง ควรใช้คีย์เวิร์ดในลักษณะนี้ใส่ไว้ในบทความที่มีคุณภาพดีช่วยให้มีโอกาสเข้าตาลูกค้าง่ายขึ้น สร้างความประทับใจในการซื้อขายให้กับลูกค้าครั้งแรกเพื่อเปลี่ยนลูกคาขาจรให้กลายเป็นลูกค้าขาประจำ เข้ามาอุดหนุนทางเว็บไซต์ต่อไปเรื่อยๆ

4. แน่นอนว่าการเลือกคีย์เวิร์ดยอดนิยมเป็นตัวแปรสำคัญทำให้ลูกค้าค้นหาเว็บไซต์เจอง่ายขึ้น แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำ SEO เท่านั้น ยังประกอบด้วยปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะเนื้อหาบทความที่มอบประโยชน์ให้ลูกค้า สร้างความเข้าใจในตัวสินค้าและบริการ ทั้งรายละเอียด ข้อมูลการซื้อขาย คำแนะนำเรื่องวิธีการใช้งาน และอื่นๆ

5. การใช้คีย์เวิร์ดทำ SEO ช่วยให้เว็บค่อยๆ ไต่อันดับขึ้นมาได้ แต่อันดับในกูเกิลปรับเปลี่ยนตลอดเวลา มีเว็บใหม่เข้ามาแทรกอันดับอยู่เสมอ การสร้างลิงค์ด้วยคีย์เวิร์ดอย่างเดียวคงไม่พอที่จะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเป้าหมายกลับมาใช้งานเว็บซ้ำอีก จำเป็นต้องอัพเดทบทความให้ทันสมัย เนื้อหาบทความใหม่ๆ จะกระตุ้นให้คนสนใจเข้าชมเสมอ ยิ่งอัพเดทให้เว็บมีความเคลื่อนไหวมากเท่าไรยิ่งมีโอกาสปรับอันดับหรือคงอยู่อันดับสูงยาวนาน พร้อมกับตามเทรนด์การใช้คีย์เวิร์ดให้เหมาะกับสมัยนิยมด้วย คีย์เวิร์ดสามารถปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้มียอดขายเพิ่มขึ้น

คนไทยใช้งานเว็บไซต์มากขึ้นเพราะความสะดวกของเทคโนโลยีมือถือที่อยู่ในมือ จะเห็นได้ว่ามีการค้นหาและซื้อผ่านเว็บไซต์มากขึ้นทุกปี ลองติดตามข่าวคีย์เวิร์ดที่มีการค้นหามากที่สุด โดยเฉพาะคู่แข่งใช้คำว่าอะไร และมีผลกระทบอย่างไร พยายามปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับยุคสมัยและความต้องการของลูกค้า ช่วยรับประกันว่ายอดขายสินค้าออนไลน์จะไม่เงียบเหงาแน่นอน

Search Engine Optimizetion

ช่องทาง Marketing

นักวิเคราะห์ด้าน SEO กับการศึกษาด้านอื่นๆ ของการตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์เป็นวิธีการส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการออนไลน์ และในยุคดิจิตอลนี้การตลาดทางอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจที่ดีขึ้น การตลาดดิจิตอลป็นอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ ประกอบด้วยโมดูลต่างๆเพื่อให้บรรลุเป้าหมายธุรกิจ SEO ก็คือส่วนหนึ่งแต่นั่นม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ สมมติว่าคุณเป็นนักวิเคราะห์ SEO และทำได้ยอดเยี่ยมในการสร้างการเข้าชมจาก Search Engine ได้ สำหรับเว็บไซต์ การเรียนรู้เกี่ยวกับโมดูลอื่นๆด้วยนั้นยังเป็นสิ่งที่ดีและจำเป็นเสมอ เช่น โซเชี่ยลมีเดีย และ และการเพิ่มประสิทธิภาพกลไกค้นหา สื่อสังคมออนไลน์ไม่สามารถละเลยได้เนื่องจากเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญที่สุดสำหรับธุรกิจและในขณะที่ไม่ได้ดึงดูดการเข้าชมโดยตรง แต่จะช่วยสนับสนุนการเข้าชมจากแฟลตฟอร์มอื่น และหากเนื้อหาถูกแชร์บนช่องทางโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้จะเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา ด้วยการแชร์ทางสังคมออนไลน์นี้ โดเมนหรือเว็บไซต์ของคุณจะสร้างชื่อเสียงได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ PPC (Pay Per Click) ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดดิจิตอลที่ยอดเยี่ยมที่หลายๆธุรกิจจำเป็นต้องทำเนื่องจากทั้ง PPC และ SEO มีเป้าหมายเดียวกัน การรวม SEO และ PPC ช่วยให้คุณมีโอกาสสูงที่จะดึงดูดความสนใจของชาวคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อสร้างการเข้าชมเว็บไซต์ ส่วน Content Marketing หรือที่เรียกว่าการตลาดเนื้อหา ทำงานร่วมกันหากวางแผนอย่างเหมาะสมในอุตสาหกรรมการตลาดดิจิตอล เนื้อหาที่สร้างขึ้นอย่างรอบคอบด้วยกลยุทธ์ SEO ที่เหมาะสมสามารถเพิ่มการเข้าชมแบบออร์แกนิคให้กับเว็บไซต์ได้ มันอาจจะเห็นผลได้ช้าแต่มีประโยชน์และผลในการสร้างกระบวนการระยะยาวสำหรับธุรกิจที่ดีได้อย่างมั่นคงยาวนาน โดยเฉพาะถ้าเนื้อหาเหมาะสมกับคำหลักเว็บไซต์ก็จะเพิ่มโอกาสการอยู่ในตำแหน่งสูงสุดใน SERP (ผลการค้นหา)

การตลาดผ่านอีเมล ยังคงพอใช้ได้ผลอยู่

เนื้อหาที่ยอดเยี่ยมสามารถสร้างและเผยแพร่บนเว็บไซต์หรือสามารถแชร์กับสมาชิกผ่านทางอีเมลได้ด้วย อีเมลเป็นหนึ่งในโมดูลที่สำคัญที่สุดเมื่อเทียบกับโมดูลอื่น ๆ ในการสร้างการเข้าชมเว็บไซต์ เพราะคุณไม่ต้องพึ่งพาการจัดอันดับของเสิร์ชเอนจิ้น และไม่ต้องจ่ายเงินสำหรับการทำ PPC ด้วย จุดสำคัญทั้งหมดนี้จะช่วยคุณในการพัฒนาอันดับเว็บไซต์ใน SERP หรือเพิ่ม ROI รวมทั้งการสร้างโอกาสในการขายให้กับธุรกิจ การเรียนรู้ด้านต่างๆของ Digital Marketing ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่นักวิเคราะห์ด้าน SEO จำเป็นจะต้องให้ความสนใจในการเรียนรู้ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นในมากกว่านักวิเคราะห์ SEO คนอื่นๆ การเรียนรู้ด้านต่างๆหรือโมดูลใหม่ ๆ ควรเริ่มทำโดยเร็วก่อนที่จะสายเกินไป เพราะต้องไม่ลืมว่าในโลกของธุรกิจออนไลน์นั้นมีหลายๆอย่างที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

SEO Images

เฉลยวิธีการทำ SEO รูปภาพให้ได้ผล

การทำ SEO รูปภาพถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญ และเพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ ถือได้ว่าการทำ SEO รูปภาพนั้น เป็นการเชื่อมโยงเพื่อให้ google และทาง Facebook ได้รับรู้ว่ารูปภาพของเรานั้น คือรูปภาพประเภทไหนและเป็นรูปภาพอะไร นอกจากนี้ยังคงเป็นการเพิ่มโอกาสดี ๆ ที่จะส่งผลทำให้รูปภาพของเรานั้นได้ถูกค้นพบผ่านการค้นหาในแต่ละครั้ง ซึ่งทางลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายมีสิทธิ์ที่จะได้เห็นรูปภาพของเรามากขึ้น และอาจจะส่งผลทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้มากยิ่งขึ้นร่วมด้วย

ภาพที่คุณถ่ายเองย่อมดีกว่าภาพที่คุณได้เลือกซื้อมา – หากคุณต้องการความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ การที่คุณถ่ายภาพเอง และนำมาใช้เองย่อมเป็นที่น่าเชื่อถือมากกว่าภาพที่คุณได้เลือกซื้อมาอย่างแน่นอน โอกาสที่จะถูกคลิกก็อาจจะมีมากกว่าด้วย

ต้องตั้งชื่อรูปภาพที่สามารถสื่อความหมายภาพได้อย่างถูกต้อง – หาก google ตาบอดสี มองไม่เห็นว่าภาพของคุณคืออะไร สีอะไร สิ่งเดียวที่จะทำให้ google รู้ได้นั่นก็คือ การใส่ชื่อไฟล์ หรือแม้กระทั่งโค๊ดต่าง ๆ ลงไปให้อยู่ด้านหลังของภาพ ที่สำคัญอย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดลงไปด้วย เพื่อให้ google ได้มองออกว่าภาพของคุณคือภาพอะไรกันแน่ โดยหลักในการตั้งชื่อรูป จะมีดังนี้

พยายามตั้งชื่อรูปภาพเป็นภาษาอังกฤษ และจะต้องสามารถสื่อความหมายภาพได้ชัดเจน โดยความหมายที่ว่านี้ก็ต้องเป็นความหมายในภาษาอังกฤษด้วย
อย่าตั้งชื่อรูปภาพเป็นภาษาไทยเด็ดขาด ในกรณีนี้เฉพาะ WordPress
ควรใส่ข้อมูลของรูปภาพให้ได้มากที่สุด ยิ่งใส่ครบทุกช่องยิ่งดี โดยเฉพาะ Alt text เราจะต้องใส่ทุกครั้ง จะไม่ใส่ไม่ได้

ไฟล์รูปภาพขนาดเล็กย่อมดี – ทางด้าน google มักจะให้ความสำคัญสำหรับเว็บไซต์ที่เป็น mobile friendly และจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่สามารถดาวน์โหลดได้ไว สามารถแสดงบนมือถือได้ดีและมีความชัดเจน เพราะฉะนั้นแล้วรูปภาพที่เราได้โพสลงเว็บ จะต้องมีขนาดที่กว้างและยาวเท่าไหร่ก็ได้ แต่โดยรวมแล้วไฟล์จะต้องไม่เกิน 200 kb ซึ่งเราจะต้องพยายามบีบอัดไฟล์ตั้งแต่ช่วงที่เราได้ออกแบบรูป

พยายามส่ง XML image sitemaps – Sitemap ถือได้ว่าเป็นไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการเนื้อหาภายในหน้าเว็บของเราเอง โดยเราจะสามารถส่งออกไป เพื่อที่จะบอกกับทาง google ได้นั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็คือการทำ SEO รูปภาพ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมเรื่อง SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้มากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าหากคุณสามารถทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างครบทุกกระบวนการและขั้นตอนมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่คุณได้ย่อมเป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างแน่นอน