4 เคล็ดลับ เพิ่มผู้ติดตาม Facebook Fanpage ด้วย SEO

4 เคล็ดลับ เพิ่มผู้ติดตาม Facebook Fanpage ด้วย SEO

Facebook เป็น Social media ที่มีจำนวน Users อันดับ 1 ของโลก ทำให้ การสร้าง Facebook Fanpage กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่เหล่า Online Marketing และ Online Product ใช้ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ แต่สำหรับผู้ใช้ใหม่ที่ต้องการใช้พื้นที่ Fanpage ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย​ แนะนำให้อ่าน 4 เคล็ดลับทำ SEO บน Fanpage ต่อไปนี้จะทำให้มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

1.ให้ความสำคัญกับการเลือกรูป Logo และภาพปก
แม้ว่าการตั้งชื่อแฟนเพจจะมีความสำคัญในการทำ SEO แต่หากตั้งชื่อด้วย Keyword (คำค้นหา) เพียงอย่างเดียวแต่ละเลยความสำคัญของโลโก้และรูปปกก็ทำให้กลุ่มเป้าหมายหมดความสนใจได้ การให้ความสำคัญกับการทำโลโก้และรูปปกที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการทำเพจจะช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า​ รวมถึงช่วยในการตัดสินใจกดปุ่มติดตามด้วย

2.สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจแต่ไม่ต้องยาว
ว่าจะเป็นการเขียนคำอธิบายแฟนเพจหรือการสร้างคอนเทนต์บนแฟนเพจควรนำเทคนิค SEO พื้นฐานมาใช้ คือ การแทรกเนื้อหาด้วยคีย์เวิร์ดที่มีคุณภาพและผ่านการวิเคราะห์มาแล้วและไม่ควรมีความยาวมากเกินกว่า 300 คำ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้ใช้งาน Facebook โดยส่วนใหญ่มักใช้ Facebook เพื่อฆ่าเวลา ดังนั้นการสร้างคอนเทนต์ที่มีความยาวมากเกินไปก็ทำให้ Fanpage หมดความน่าสนใจได้ นอกจากนี้การให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอบ่อย ๆ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ Fanpage มีความน่าสนใจและเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นได้

3.ทุกครั้งที่โพสต์รูปลง Fanpage ต้องแก้ไขคำอธิบายภาพทุกครั้ง
ในปี ค.ศ.2021 Facebook มีการปรับลูกเล่นบน Fanpage ให้มีความคล้ายคลึงกับการทำเว็บไซต์มากขึ้น​ ทำให้การโพสต์ภาพลงแฟนเพจในปัจจุบันจึงเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ Facebook เพิ่มขึ้นมาเพื่อรองรับการแสดงผลบน Search Engine มากขึ้น โดยเราสามารถเพิ่มปริมาณการเข้าถึงของกลุ่มเป้าหมายได้ด้วยการแก้ไขคำอธิบายภาพด้วยการแทรกคีย์เวิร์ดที่ต้องการ

4.โพสต์คอนเทนต์ในช่วงเวลาที่กลุ่มเป้าหมายออนไลน์
แม้ว่าคนยุคใหม่จะมีพฤติกรรมในการออนไลน์บน Social media เกือบตลอดเวลา แต่เพื่อให้การโพสต์คอนเทนต์เกิดประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด การให้ความสำคัญกับช่วงเวลาในการโพสต์เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เช่น หากทำเพจเกี่ยวกับอาชีพเสริมสำหรับพนักงานประจำก็ควรเลือกโพสต์คอนเทนต์ในช่วงเวลาพักกลางวันหรือเวลาเลิกงาน เป็นต้น เนื่องจากการโพสต์ถูกเวลาจะทำให้กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสเห็นโพสต์ของเราได้มากกว่า

ไม่ว่าจะต้องการทำการตลาดบน Platform ไหนก็ตาม การนำความรู้เกี่ยวกับ Search Engine Optimization หรือ SEO ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มปริมาณการเข้าถึงของกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น ดังนั้นการหมั่นอัปเดตเทรนด์การทำ SEO บน Platform ต่าง ๆ เพื่อหาวิธีที่มีประสิทธิภาพและทันยุคสมัย​ จะทำให้มีจำนวนผู้ติดตามเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

รวมเหตุที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรทำ SEO

รวมเหตุที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรทำ SEO

เชื่อว่าในยุคนี้ไม่มีใครไม่รู้จักการทำ SEO เพราะนี่คือเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ทำให้หลายธุรกิจที่ไม่เคยคิดทำ SEO กลับต้องหันมาทำการตลาดออนไลน์วิธีนี้ดูบ้าง โดยเฉพาะยุคที่มีการแข่งขันในทุกธุรกิจ และสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักว่าการทำ SEO คืออะไร ลองมาดูความหมายพร้อมเหตุผลที่เจ้าของธุรกิจควรทำ SEO เพื่อความสำเร็จระยะยาว

SEO คืออะไร
หากจะให้อธิบายแบบง่าย ๆ ต้องบอกว่า SEO คือการทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นมาอยู่อันดับต้น ๆ ของ Search Engine โดยเฉพาะ Search Engine ยอดนิยมอย่าง Google, Yahoo หรือ Bing ซึ่งแน่นอนว่าหากลูกค้ากดค้นหาและเจอเว็บไซต์ธุรกิจคุณอยู่อันดับต้น ๆ หรือติดอันดับในหน้าแรกจะมีข้อดีตามมาหลายอย่างอย่างแน่นอน

เหตุผลที่เจ้าของธุรกิจควรทำ SEO

  • ธุรกิจเป็นที่รู้จัก
    การทำ SEO นั้น แน่นอนว่าเจ้าของธุรกิจทุกคนต้องคาดหวังให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักในวงกว้างและมีผู้คลิกเข้าชมเว็บไซต์มากกว่าเดิม ซึ่งการทำ SEO ย่อมเป็นตัวช่วยตอบโจทย์นี้ได้ เพราะเมื่อวันหนึ่งเว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Search Engine โอกาสการมองเห็นจะเพิ่มขึ้นและเมื่อผู้ใช้งานเห็นเว็บไซต์คุณบ่อย ๆ ย่อมทำให้เป็นที่รู้จักอย่างแน่นอน
  • เว็บไซต์น่าเชื่อถือ
    ลองคิดตามว่าหากลูกค้าค้นหาสินค้าหรือบริการและเจอเว็บไซต์คุณติดอันดับต้น ๆ ของ Search Engine นอกจากจะช่วยเพิ่มจำนวนคลิกแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าเว็บไซต์ของคุณได้รับความนิยมและมีความน่าเชื่อถือจนทำให้ติดหน้าแรก ยิ่งหากคลิกเข้าสู่เว็บไซต์แล้วเจอคอนเทนต์ดี ๆ และบริการที่มีประโยชน์ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจได้อีกเท่าตัว
  • จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น
    พฤติกรรมของผู้ใช้ Search Engine มักคลิกไปยังเว็บไซต์ที่ปรากฏอันดับต้น ๆ เสมอ เนื่องจากไม่อยากคลิกหน้าถัดไปให้เสียเวลา เพราะฉะนั้นการที่เว็บไซต์ติดอับดับแรก ๆ นอกจากเพิ่มความน่าเชื่อถือแล้ว ยังเพิ่มจำนวนคลิก เป็นผลทำให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น และหากผู้ใช้งานอยู่ในเว็บไซต์ของคุณนาน ๆ ยังช่วยเพิ่มคะแนนจาก Search Engine ได้อีกด้วย
  • ประหยัดค่าโฆษณา
    แม้ว่าการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน แต่ถึงอย่างนั้นก็นับเป็นวิธีที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการซื้อโฆษณารวมถึงใช้งบประมาณน้อยกว่าการทำ SEM ที่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณากับ Search Engine อีกทั้งการซื้อโฆษณาอาจให้ผลลัพธ์ระยะสั้น ในขณะที่การทำ SEO กลับให้ผลลัพธ์ระยะยาว

สำหรับธุรกิจใดที่ยังไม่ได้ทำ SEO บอกเลยว่าห้ามมองข้ามการทำการตลาดออนไลน์วิธีนี้เด็ดขาด เพราะจะช่วยให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักระยะยาวและมีโอกาสปั้นธุรกิจให้เติบโต นอกจากนี้ อย่าลืมทำ SEO ร่วมกับการทำการตลาดออนไลน์วิธีอื่นควบคู่ไปด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง

อยากคุ้มค่า ต้องอ่านก่อนจ้าง เว็บไซต์ SEO

อยากคุ้มค่า ต้องอ่านก่อนจ้างทำเว็บไซต์ SEO

การทำเว็บไซต์ให้สามารถถูกลูกค้าเป้าหมายสืบค้นได้เป็นอันดับต้น ๆ ใน search engine นั้น จำเป็นต้องมีการทำ SEO หรือ search engine optimization ซึ่งสามารถทำด้วยตัวเจ้าของกิจการเอง หรือจะจ้างบุคคลภายนอกทำให้ก็ได้ แต่จะมีวิธีการเลือกผู้รับจ้างทำเว็บไซต์ SEO อย่างไรจึงจะเหมาะสมและไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น ในบทความนี้จึงขอนำเสนอประเด็นที่ท่านควรทราบก่อนการจ้างทำ SEO ให้เว็บไซต์เพื่อความคุ้มค่าอย่างที่สุด ดังนี้

อยากคุ้มค่า ต้องอ่านก่อนจ้างทำเว็บไซต์

ผู้รับจ้างทำเว็บไซต์ SEO มีกี่แบบ

ในยุค 2019 ผู้ที่รับจ้างทำเว็บไซต์ SEO มีมากมายนับไม่ถ้วน แต่สามารถจัดแบ่งเข้าเป็นสามประเภท คือ

1. บุคคลทั่วไปที่มีความชำนาญในการทำ SEO มักเป็นพนักงานประจำที่ทุกวันมีหน้าที่งานเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อยู่แล้ว โดยมารับงานเป็น freelance นอกเวลา มีข้อดีที่ราคาจะไม่แพง และสามารถพูดคุยอย่างละเอียดได้ มีความยืดหยุ่นสูงในการทำงาน แต่ข้อเสียคืออาจมีผู้แอบอ้างรับงานโดยที่ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ได้

2. บริษัทที่จดทะเบียนเพื่อรับงาน SEO โดยเฉพาะ เป็นกลุ่มทีมงานที่มีความชำนาญอย่างแน่นอนในงาน SEO มีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน ติดต่อได้ง่ายตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการจ้างงานที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป

3. บริษัทที่มี software และทีมงานที่พัฒนาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จะมีทีมวิเคราะห์ และโปรแกรมเมอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการทำงาน SEO มีความทันสมัยในข้อมูล และเทคนิคมากกว่าสองแบบแรก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ามากด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ผู้จ้างควรมีความรู้พื้นฐานในการทำ SEO มาบ้างแล้ว เพื่อให้การพูดคุยปรึกษากันมีความรวดเร็วคล่องตัวยิ่งขึ้น

สิ่งที่ควรมองหาในผู้รับจ้างทำ SEO

การจ้างผู้ใดก็ตามเพื่อให้รับหน้าที่ในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO ควรพิจารณาความสามารถ และการมีดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ดังนี้

1. สามารถแสดงแผนการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรมได้ชัดเจน มี timeline ในการทำงานแน่ชัด

2. ให้โอกาสเต็มที่แก่เจ้าของเว็บไซต์ในการเรียนรู้การทำเว็บไซต์ SEO ร่วมกัน

3. สามารถสื่อสารกับผู้ว่าจ้าง (เจ้าของเว็บไซต์) ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัพท์เฉพาะที่ต้องมีการตีความอันอาจเข้าใจผิดพลาดได้

4. ผู้รับจ้างต้องมีการทำรายงานผลปฏิบัติงานรายวันให้ผู้จ้าง

5. มีการรับประกันผลการทำงาน SEO ได้อย่างมีความเป็นไปได้จริงไม่มีการโอ้อวดจนเกินไป

6. มีการแจกแจงราคาค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน โดยระบุในสัญญาอย่างเปิดเผย ไม่มีการคิดรายจ่ายเพิ่มเติมในภายหลัง

อยากคุ้มค่า ต้องอ่านก่อนจ้างทำเว็บไซต์ SEO

จะเห็นได้ว่าการพิจารณาเลือกจ้างผู้ใดทำเว็บไซต์ SEO ให้เจ้าของแบรนด์ ควรมีการเปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติของแต่ละราย ทั้งนี้ควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำ SEO มาก่อนแล้วบ้าง จะลดโอกาสถูกหลอกลวงหรือเสียค่าใช้จ่ายมากเกินกว่าที่ควร และยังทำให้สามารถหวังผลได้อย่างเหมาะสมตามที่ควรจะเป็นด้วย