คำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำ SEO

คำศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับการทำ SEO

การทำ SEO เป็นแนวทางการทำธุรกิจออนไลน์ยุคใหม่ที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีอำนาจในการแข่งขันดีขึ้น เมื่อเทียบกับเว็บไซต์อื่นที่มองข้ามประเด็นนี้ไป

แต่ทั้งนี้ ก็ต้องมีการเข้าใจความหมายของคำศัพท์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO ด้วย ซึ่งบทความนี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีในการทำให้ทุกท่านนำไปต่อยอดการทำ SEO ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

SEO คืออะไร

SEO ย่อมาจากคำว่า Search Engine optimization เป็นกระบวนการของ Google ที่ทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพสูง และถูกนำเสนอในอันดับบนของหน้าต่างการสืบค้น เช่นเดียวกันกับเวลาที่เราค้นหาข้อมูลในระบบของ Google ที่เรามักจะคลิกเข้าไปดูข้อมูลในเว็บไซต์ที่ปรากฏอันดับ 1 2 3 มากกว่าอันดับล่างหรือหน้าหลัง ๆ

การทำ SEO จะทำให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในอันดับต้น ๆ ของหน้าต่างการสืบค้นได้ ซึ่งจะทำให้คุณขายสินค้าและบริการได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

Keyword คืออะไร

Keyword คือ คำสำคัญที่ผู้เป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายพิมพ์ในช่อง Search ของ Google เพื่อหาว่ามีเว็บไซต์ใดบ้างที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งเหล่านั้น หากคุณใช้คีย์เวิร์ดที่ดีเหมาะสมในการผลิตบทความ รูปภาพ คลิปวีดีโอ จะเป็นการป้อนข้อมูลลงไปในระบบอย่างอัตโนมัติ จึงเพิ่มโอกาสทำให้ถูกนำเสนอเว็บไซต์ของคุณขึ้นมาก่อนเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ใช้คีย์เวิร์ดที่ไม่ตรงกับใจลูกค้าผู้บริโภคนั่นเอง

ดังนั้นการศึกษา keyword ด้วยข้อมูลทางสถิติใน Google หรือเทคนิคต่าง ๆ ก็เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้คุณนำไปทำ SEO ได้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น

SERPs คืออะไร

SERPs หมายถึง search engine result pages เป็นผลลัพธ์ของการสืบค้นหรือหมายถึงหน้าต่างหลังจากหาข้อมูลของคีย์เวิร์ดหนึ่ง ๆ หากเว็บไซต์ของคุณอยู่ในหน้าอันดับ SEPRs ต้น ๆ ก็เป็นแนวโน้มที่ดีที่แสดงว่าการทำ SEO ของคุณนั้นมาถูกทางแล้ว ทำให้การนำเสนอของคุณนั้นเพิ่มยอดขายและสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์สินค้าได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

URL Address คืออะไร

URL Address ของเว็บไซต์ในแต่ละหน้าเพจเป็นสิ่งที่จำเป็นในการแสดงถึงความมีอยู่ของข้อมูล คุณจำเป็นต้องใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมสำหรับการตั้งชื่อ URL โดยใช้ภาษาอังกฤษแทนตัวอักษรภาษาไทยที่อาจมีการสะกดพลาดได้ง่าย และไม่ใช้การเว้นวรรค แต่ใช้การขีดกลางแทน เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการเชื่อมโยงระหว่างหน้าเพจ

อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นเว็บไซด์ที่เปิดมานานแล้ว ก็ควรทำการแก้ไข URL address ของหน้าเพจเก่า ๆ ที่มีปัญหาด้วย เพื่อทำให้การเชื่อมโยงลิงก์นั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพราะหากมีหน้าเว็บเพจที่เปิดไม่ได้ ก็จะมีผลทำให้อันดับ SEO ตกลงไปด้วยเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าคำศัพท์ที่เรายกมาทั้ง 4 คำนี้ เป็นสิ่งที่คุณควรรู้ตั้งแต่เบื้องต้นก่อนทำ SEO เพื่อที่จะทำให้ต่อยอดในการปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

SEO คืออะไร

เคล็ดลับ! เจาะกลุ่มเป้าหมาย Mobile Site ด้วย SEO

เจาะกลุ่มเป้าหมาย Mobile Site ด้วย SEO

Smart Phone เป็นอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในหลายแง่มุมและยังเป็นอุปกรณ์ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุด ทำให้การตลาดยุคใหม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญในการปรับตัวเพื่อเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นหลัก

การเข้าสู่เว็บไซต์ผ่านสมาร์ทโฟนมีความแตกต่างจากการเข้าสู่คอมพิวเตอร์หรือ Laptop เนื่องจากหน้าจอที่มีขนาดเล็กกว่าของสมาร์ทโฟน ทำให้การประมวลผลเว็บไซต์สู่สมาร์ทโฟนจึงต้องมีการปรับสัดส่วนใหม่ ทำให้การทำเว็บไซต์ที่ไม่รองรับการเปิดในสมาร์ทโฟนจะทำให้การแสดงผลเว็บไซต์ไม่สมบูรณ์ นอกจากการทำเว็บไซต์ให้รองรับการเปิดในสมาร์ทโฟนแล้ว การทำ SEO บน Mobile Site เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นหลัก

เคล็ดลับทำ SEO บน Mobile Site มีดังนี้

ทำเว็บไซต์ให้โหลดไวที่สุด เนื่องจากพฤติกรรมในการใช้งาน Mobile Site ส่วนใหญ่เป็นการเปิดใช้งานเพื่อฆ่าเวลา โดยคนส่วนใหญ่มักจะกดอ่านข้อมูลที่น่าสนใจผ่านลิงก์ที่แนบไว้บน Social Media ทำให้การโหลดหน้าเว็บไซต์ให้ไวจึงทำให้กลุ่มเป้าหมายที่คลิกเข้ามาอ่านข้อมูลจะได้รับข่าวสารที่เราต้องการสื่อสารได้ดีกว่า เพราะการใช้เวลานานในการโหลดเว็บไซต์อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายหมดความสนใจ วิธีง่าย ๆ ที่ทำให้ Mobile Site โหลดไว คือ ไม่ควรนำสื่อจากภายนอกมาแนบลงในหน้าเว็บนั้น เนื่องจาก Smartphone จะต้องใช้เวลานานมากในการดึงข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่เว็บไซต์และต้องประมวลผลให้เหมาะกับการแสดงบนสมาร์ทโฟน

ลดการทำโฆษณา Pop–Ups แม้ว่าหลายคนทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อสร้างรายได้จากโฆษณา แต่หากกลุ่มเป้าหมายโดยส่วนใหญ่ของเว็บไซต์ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน การนำลิงก์โฆษณาแบบ Pop-Ups ที่มากเกินไปอาจทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความเบื่อหน่ายได้ ดังนั้นการปรับวิธีการแสดงโฆษณาให้เหมาะกับการใช้งาน Mobile Site จึงเป็นสิ่งสำคัญ

เลือกใช้ Short Keyword ในการทำ Mobile Site เนื่องจากผู้ใช้งานที่ต้องการหาข้อมูลด่วนบน Smart phone อาจมีเวลาไม่มากพอที่จะอ่านข้อมูลทั้งหมดบนเว็บไซต์ได้ การเลือก Keyword ที่กระชับแต่มีจำนวนผู้ค้นหาเยอะมาประยุกต์ใช้กับ Mobile Site จะทำให้กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจได้มากกว่า

ทำสารบัญไปยังหัวข้อที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ หลายคนมีความสามารถในการทำข้อมูลได้มาก แต่ข้อมูลที่เยอะเกินไปอาจทำให้กลุ่มเป้าหมายหมดความสนใจเพราะไม่ใช่หัวข้อที่ต้องการ การทำสารบัญหัวข้อพร้อมแทรกลิงก์เอาไว้จะทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกหัวข้อที่สนใจได้ด้วยตัวเอง

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจทั้งหลายที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้น จึงควรปรับเว็บไซต์ให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค และปรับเว็บไซต์ให้สามารถใช้งานบนมือถือได้ โดย Mobile Site เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการทำการตลาดที่สามารถสร้างยอดขายของสินค้าและบริการให้เพิ่มมากขึ้นได้

เคล็ดลับทำ SEO บน Mobile Site

สิ่งควรทำ SEO ปรับแต่งเว็บให้ขึ้นอันดับหนึ่ง

สิ่งควรทำ SEO ปรับแต่งเว็บให้ขึ้นอันดับหนึ่ง

การทำ SEO เป็นเทคนิคการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าผลการค้นหาของกูเกิล โดยยึดหลักการง่าย ๆ คือคำนึงถึงประโยชน์ของการใช้งานเว็บไซต์อย่างเต็มที่ ประสบการณ์ดี ๆ และสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ไปพร้อมกัน เมื่อเว็บนั้นใช้ง่ายและให้ข้อมูลมากมายที่เป็นประโยชน์ จึงดึงดูดความสนใจอย่างรวดเร็ว มีคนเข้าใช้งานจำนวนมาก และคลิกเข้ามาดูเว็บไซต์มากขึ้นเรื่อย ๆ มาดูกันว่า 3 สิ่งควรทำที่จะช่วยให้ปรับแต่งเว็บไซต์ขึ้นสู่อันดับที่ดีขึ้น ดังต่อไปนี้

3 สิ่งที่ควรทำในเว็บไซต์ SEO

ใช้งานง่ายเป็นมิตรกับกูเกิล

เมื่อเร็ว ๆ นี้โปรแกรมการสืบค้นข้อมูลของกูเกิลปรับเปลี่ยนระบบอัลกอริธึมใหม่ทำให้มีความชัดเจนและเคร่งครัดยิ่งขึ้น การทำ SEO จึงไม่เน้นใช้คีย์เวิร์ดซ้ำ ๆ กันบ่อย แต่เป็นการออกแบบเว็บไซต์ที่ใช้งานง่าย มีโครงสร้างแผนผังชัดเจน ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้งานอยู่ในเว็บไซต์นานขึ้น และมีการสร้างลิงก์ย้อนกลับมากขึ้น ทั้งหมดนี้เกิดจากการปรับแต่งเว็บไซต์ที่ดีตามที่กูเกิลได้กำหนดกฎเกณฑ์เอาไว้นั่นเอง

เว็บโหลดเร็วเป็นต่อ

โดยปกติแล้วเว็บไซต์ที่โหลดเร็วจะสร้างความประทับใจและมีโอกาสดึงดูดผู้ใช้งานเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์บ่อยและสืบค้นเป็นเวลานานกว่าเดิม สร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีซึ่งอาจนำไปสู่การจัดอันดับในหน้าแรก ๆ ของกูเกิล การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีควรโหลดอย่างรวดเร็ว ทำให้ค้นหาข้อมูลง่ายขึ้น และใช้เวลาน้อยลงในหน้าเว็บ เคล็ดลับการเพิ่มความเร็วในหน้าเว็บคือการเลือกรูปแบบที่เหมาะสม รวมทั้งบีบอัดรูปภาพให้มีพื้นที่เล็กลง การออกแบบหน้าเว็บไม่รกรุงรัง ยิ่งหน้าจอสะอาดเท่าไรก็ยิ่งโหลดหน้าเว็บเร็วขึ้นเท่านั้น หากเว็บไซต์ใช้เวลาโหลดนานเกินไป เมื่อเว็บไซต์ใช้งานยากและไม่ตอบสนอง โดยเฉพาะกับโทรศัพท์มือถือ ทำให้ผู้ใช้เบื่อหน่ายและกดออกจากเว็บง่ายขึ้น

เนื้อหาที่ดีมีประโยชน์ต่ออันดับ SEO

การโพสต์บทความในเว็บไซต์ควรเขียนหรือจัดหาบทความอย่างพิถีพิถัน เนื้อหาชัดเจน ตรงประเด็น และกระชับน่าอ่าน เว็บกูเกิลมักจะจัดอันดับเว็บไซต์ที่มีโครงสร้างเนื้อหาที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ สืบค้นข้อมูลง่าย มีความเชื่อมโยงของหน้าเว็บ การวางคีย์เวิร์ดหลักในตำแหน่งที่เหมาะสมและจำนวนไม่มากเกินไป การเขียนบทความต้องใส่คีย์เวิร์ดให้เหมาะกับคำค้นหาของผู้ใช้งานทั่วไป โดยดูตัวอย่างจากเว็บกูเกิลได้ว่ามีการค้นหาด้วยคำไหนบ่อยกว่ากัน โดยสืบค้นจากบันทึกของ Search Engine Journal ซึ่งเก็บข้อมูลการค้นหาล่าสุดและคำแนะนำที่ดีที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดทั่วโลกสำหรับการทำ SEO ให้เว็บติดอันดับต้น ๆ ของกูเกิล

การสร้างเว็บไซต์จึงต้องเริ่มต้นด้วยเนื้อหาและการออกแบบที่มีคุณภาพก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นจึงทำ SEO โดยใช้เทคนิคที่ได้ผลจริงและไม่ผิดกฎของกูเกิล การสร้างหน้าเว็บที่สวยงามเป็นหนึ่งในเทคนิคการออกแบบเว็บไซต์ที่ยอดเยี่ยมอย่างแยกกันไม่ออก หากทำได้ทั้งหมด รับประกันว่าจะเห็นผลลัพธ์การจัดอันดับที่ดีขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

3 สิ่งที่ควรทำในเว็บไซต์ SEO

การทำ SEO ให้เว็บไซต์ ได้อะไรดีกว่าที่คิด

ประโยชน์ที่จะได้รับหลังการทำ SEO

การทำเว็บไซต์ SEO เป็นหลักการที่คนทำธุรกิจออนไลน์ให้ความสนใจมากขึ้น เพราะเป็นวิธีที่เพิ่มโอกาสในการแข่งขันกับแบรนด์สินค้าคู่แข่งอื่น ๆ ได้ การทำ SEO ของแต่ละเว็บไซต์ จึงเป็นตัวช่วยให้เจ้าของกิจการออนไลน์ขนาดเล็กหรือนักธุรกิจที่เพิ่งเข้ามาในวงการออนไลน์ใหม่ ๆ มียอดขายสินค้ามากขึ้น เพิ่มอำนาจการแข่งขันใกล้เคียงกับเจ้าเดิมที่ติดตลาดมานานได้

SEO หรือ search engine optimization เป็นการพัฒนาเว็บไซต์ทั้งด้านโครงสร้างที่สะดวกต่อการใช้งานของลูกค้า การผลิตเนื้อหา ภาพและสื่อมัลติมีเดียที่ให้สาระชัดเจน การสร้างลิงก์เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ภายนอก ฯลฯ ซึ่งระบบอัลกอริทึ่มของ Google จะมาเก็บข้อมูลที่ผู้ทำเว็บไซต์มีการปรับปรุงเป็นระยะ ๆ เพื่อประมวลเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ใช้คำค้นหา หรือ keyword เดียวกัน

ประโยชน์ที่จะได้รับหลังการทำ SEO มีอยู่หลายด้าน ดังนี้

1. ช่วยสร้างแบรนด์

มีสถิติว่าเว็บไซต์ที่ถูกนำเสนอใน 5 อันดับต้นของ Google หน้าแรก มักจะเป็นที่คุ้นตาของลูกค้า มีการถูกคลิกเข้ามาชมข้อมูลและนำมาสู่การสั่งซื้อสินค้าได้เป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับอันดับรอง ๆ ลงไป และยิ่งมียอดการคลิกเข้ามาชมมาก หรือ ค่า total clicks สูง ก็เป็นการเพิ่มค่า traffic ที่ดีแก่เว็บไซต์ ทำให้ อันดับ SEO ยิ่งดีขึ้นไปเรื่อย ๆ

2. ลดค่าใช้จ่ายด้านโฆษณา

การทำ SEO ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ Google อย่างการโฆษณาด้วย SEM หรือ search engine marketing หากเจ้าของเว็บไซต์เรียนรู้การทำ SEOและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้ด้วยตัวเอง เป็นการประหยัดค่าเช่าพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ช่วยลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นได้

3. ขยายตลาดต่างประเทศ

ในอดีตการสร้างแบรนด์ให้รู้จักในต่างประเทศเป็นสิ่งที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง และใช้เวลานานกว่าจะเข้าถึงตัวลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เช่น ต้องจัดอีเว้นท์ที่น่าสนใจในต่างประเทศ แต่ปัจจุบันการทำเว็บไซต์เป็นหลาย ๆ ภาษา และพัฒนาตามระบบ SEO จะทำให้ชาวต่างชาติมีโอกาสค้นพบแบรนด์ของคุณได้ง่ายขึ้นมากผ่านอินเทอร์เน็ตที่มีเครือข่ายทั่วโลก

4. เพิ่มยอดขายได้ 24 ชั่วโมง

หากคุณเปิดร้านแบบ offline มักขายของได้ 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้มีรายได้จำกัด แต่การทำเว็บไซต์ SEO ที่มีคุณภาพอยู่ในหน้าแรก ๆ ของการสืบค้นทาง Google จะมียอดขายสินค้าสูงตลอด 24 ชั่วโมง โดยเป็นออเดอร์ที่ไม่จำกัดจากทั่วโลกเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้ประโยชน์แก่ธุรกิจของคุณได้หลายด้านพร้อม ๆ กัน และยังทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำคู่กับมีรายได้สูงต่อเนื่องด้วย เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านให้ความสำคัญกับการทำ SEO ให้เว็บไซต์มากขึ้น เพื่อให้ร้านค้าออนไลน์ประสบผลสำเร็จมากขึ้นต่อไป

การทำSEO ให้เว็บไซต์ ได้อะไรดีกว่าที่คิด

Yoast SEO ช่วยให้อันดับ SEO ดีขึ้นได้อย่างไร

Yoast SEO ช่วยให้อันดับ SEO ดีขึ้นได้อย่างไร

Yoast SEO เป็น plugin ที่ใช้กับโปรแกรม WordPress ที่หลายคนรู้จักกันดีสำหรับผู้ทำร้านค้าออนไลน์ แต่สำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาในวงการขายของออนไลน์มือใหม่อาจจะยังไม่คุ้นเคย เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ Yoast SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณถูกค้นหาได้ง่ายยิ่งขึ้นจาก Google ดังนี้

Yoast SEO เป็น plugin ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี เพื่อใช้งานกับโปรแกรม WordPress ช่วยในการปรับส่วน on-Page SEO อันได้แก่ โครงสร้างของเว็บไซต์ การผลิตบทความ การเลือก keywords ที่มีคุณภาพ รวมถึงการเชื่อมโยง Internal Link ได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย และสามารถที่จะเห็นผลการวิเคราะห์ได้ในทันที โดยปรากฏเป็นแถบสีเขียว ส้ม แดง พร้อมกับเหตุผลภาษาอังกฤษประกอบด้วย จึงเห็นจุดอ่อนของการทำ SEO ในแต่ละส่วน ให้ผู้ออกแบบเว็บไซต์สามารถแก้ไขก่อนที่จะนำไปอัปโหลดขึ้นบนเว็บไซต์ เพื่อให้ระบบ algorithm ของ Google มาเก็บข้อมูลต่อไป

ข้อดีของการเลือกใช้ Yoast SEO

ข้อดีสำคัญที่คนนิยมใช้ Yoast SEO เนื่องจากสามารถช่วยในการเลือก keyword SEO ที่มีคุณภาพ ในอดีต keyword SEO มักจะใช้คำที่สั้นและมีความหมายกว้างเพื่อหวังให้เข้าถึงผู้คนทั่วไป เช่น คำว่า ร้านขายดอกไม้ รองเท้ากีฬา เสื้อผ้าผู้หญิง เป็นต้น แต่ในปัจจุบัน การใช้คีย์เวิร์ดเหล่านี้ไม่ได้ผลแล้ว ต้องเป็นคำสำคัญที่มีความยาวและเฉพาะเจาะจงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ที่เรียกว่า niche long-tailed keywords มากขึ้น เช่น คำว่า ร้านขายดอกไม้รับปริญญาออนไลน์ราคาถูกเชียงใหม่ หรือ เสื้อแฟชั่นผู้หญิงสไตล์เกาหลีใส่ฤดูหนาว หรือ รองเท้ากีฬา Nike ผู้หญิงสีชมพู เป็นต้น

นอกจากเรื่องการปรับแต่งคีย์เวิร์ดแล้ว ยังรวมไปถึงส่วนอื่น ๆ เช่นการตั้งชื่อบทความ (Title) การคิดบทบรรยายย่อ (Meta Description) ซึ่งโดยหลักการแล้วจะใส่ได้ความยาวไม่เกิน 160 คำ และเปรียบเป็นดั่งปกของหนังสือ ที่ผู้ใช้งาน Google จะเห็น เมื่อมีการคีย์ลงในช่อง search keyword แล้วจะปรากฏเว็บไซต์ต่าง ๆ ขึ้นมาในผลการค้นหา

การทำ Meta Description ที่มีคุณภาพสูง จะทำให้ทุกคนเห็นได้ว่าหากคลิกเข้ามาในเว็บไซต์แล้ว จะได้รับข้อมูลในประเด็นใดบ้าง Yoast SEO จะช่วยในการวิเคราะห์ตรงส่วนนี้ได้เป็นอย่างดี ว่าคุณควรปรับแก้อย่างไรจึงจะทำให้ตรงใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ส่วนของ Internal Link ก็มีความสำคัญเช่นกัน เมื่อผู้อ่านเห็นช่วงใดของบทความที่น่าสนใจและอยากหารายละเอียดเพิ่มเติม ก็สามารถนำลูกศรคลิกที่ลิงก์ของคำเหล่านั้นได้เลย ซึ่งในการทำ Internal อย่างนี้เพียงกดรูปลูกโซ่ที่ฟังก์ชั่นนี้ใน Yoast SEO เพื่อเชื่อมต่อไปยังเพจที่คุณเตรียมบทความไว้ ก็จะสามารถสร้างการเชื่อมโยงได้ง่าย ๆ และลดโอกาสที่จะเกิด error ได้ด้วย

การศึกษาเรื่อง Yoast SEO มีความสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพ สามารถช่วยในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำและเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง หากทำถูกต้องและได้รับการจัดอันดับที่ดีในผลการค้นหาของ Google ก็จะทำให้ยอดขายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ข้อดีของการเลือกใช้ Yoast SEO

การตลาดแบบ SEO และ SEM แตกต่างกันอย่างไร

การตลาดแบบ SEO และ SEM แตกต่างกันอย่างไร

การทำ SEO และ SEM เป็นเทคนิคการประชาสัมพันธ์ที่กูรูทางการตลาดแนะนำให้นักธุรกิจยุคใหม่ศึกษา เพื่อเลือกใช้ให้ถูกต้องตามสถานการณ์ และยังเป็นการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ให้มีความน่าเชื่อถือเป็นมืออาชีพ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาวด้วย ซึ่งการทำ SEO และ SEM มีข้อแตกต่างกันดังต่อไปนี้

SEO หรือ Search Engine Optimization

เป็นการพัฒนาเว็บไซต์อย่างรอบด้าน เพื่อให้มีอันดับในการแสดงผลในหน้าต่างการสืบค้นที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google แต่อย่างใด โดยประกอบด้วย 2 ส่วนคือ On-Page SEO และ Off-Page SEO ได้แก่

On-Page SEO- การใช้ Keyword ที่เหมาะสม ในการเขียนหัวข้อ สร้างบทความที่มีคุณภาพ ตั้งชื่อรูปภาพ ฯลฯ ซึ่งยิ่งมี Keyword มากก็จะทำให้มีโอกาสถูกสืบค้นเจอได้มากขึ้น แต่ก็ไม่ควรมากเกินกว่า 2-3 Keyword ต่อบทความ และไม่ซ้ำเกิน Keyword ละ 2 ครั้ง เพราะจะทำให้ถูกวิเคราะห์จากระบบ AI อัจฉริยะของ Search Engine ว่าเป็นเพจขยะหรือสแปม ซึ่งจะส่งผลให้ถูกลดทอนอันดับ SEO ลงไป

Off-Page SEO- สร้าง Backlink เพื่อเชื่อมโยงเว็บไซต์หลาย ๆ แห่งเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณ วิธีที่ได้ผลดีคือ การแสดงความคิดเห็นที่เป็นข้อเท็จจริงตรงไปตรงมา ตามห้องสนทนาในโซเชียลต่าง ๆ เมื่อมีผู้ที่สนใจสินค้าหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คุณจึงแปะลิงก์เพื่อให้คนบุคคลเหล่านั้นคลิกเข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ วิธีการนี้เป็นเทคนิคขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้ และทำให้อันดับ SEO ของเว็บไซต์ดีขึ้นด้วย

การทำ SEO ทั้งสองส่วนเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน และช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้

SEM หรือ Search Engine Marketing

จะเป็นการทำการตลาดแบบโฆษณา ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายให้กับ Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google ซึ่งจะมีการประมูลพื้นที่โฆษณาระหว่างคุณและบริษัทคู่แข่งที่เลือกใช้คีย์เวิร์ดเดียวกัน

ผู้ที่จ่ายเงินในการประมูลสูงก็จะได้ตำแหน่งที่ดีในการโฆษณาไป และต้องมีการจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแบบ Pay Per Click หรือ PPC คือ เมื่อมีผู้คลิกเข้าไปในชมข้อมูลในเว็บไซต์ของคุณตามที่โฆษณา จะต้องจ่ายเงินให้แก่ Search Engine ทุกครั้ง

วิธี SEM มีข้อดี คือ การันตีได้ว่าเว็บไซต์คุณจะปรากฏสู่สายตาของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะเพิ่มยอดขายได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับการทำโปรโมชั่นสินค้า เช่น ช่วงเทศกาลวันปีใหม่ หรือคริสต์มาส ที่จะมีคนมองหาสินค้าเพื่อเป็นของขวัญ หากใช้วิธีการ SEO อย่างเดียว จะต้องใช้ระยะเวลาในการพัฒนา ซึ่งจะไม่สามารถสร้างอันดับในผลการค้นหาที่สูงขึ้นให้ทันต่อเทศกาลในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO และ SEM มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถทำร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า การวางแผนและเป้าหมายของการทำเว็บไซต์ที่ต้องพิจารณาอย่างเหมาะสม

SEO หรือ Search Engine Optimization

การโพสต์บล็อกแบบไหนมีประโยชน์กับการทำ SEO

การโพสต์บล็อกแบบไหนมีประโยชน์กับการทำ SEO

การเขียนบล็อกกับเว็บไซต์มีความแตกต่างกัน แม้ว่าจะเป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลเหมือนกัน แต่เว็บไซต์มักจะเป็นการนำเสนอข้อมูลอยู่ฝ่ายเดียว เหมาะสำหรับการขายของออนไลน์และสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ ส่วนบล็อกเป็นเว็บไซต์รูปแบบหนึ่ง แต่เปิดให้ผู้อ่านเข้ามาแสดงความคิดเห็นท้ายบทความและโต้ตอบกันได้ ว่าไปแล้วก็มีส่วนคล้ายการโพสต์บทความผ่านโซเชียลมีเดีย การเขียนบล็อกจะคล้ายกับการเล่าเรื่องในมุมมองของตัวเอง ใช้งานง่าย และมีความเป็นทางการน้อยกว่า

การเขียนบทความในบล็อก

การโพสต์บล็อกแบบไหนที่มีประโยชน์กับการทำ SEO ก่อนอื่นต้องเรียนรู้เรื่องการเขียนบทความในบล็อกซึ่งต้องใช้ทักษะเพื่อให้ผู้อ่านสนใจและติดตาม โครงสร้างและการเขียนบทความต้องน่าสนใจ มีหัวเรื่องย่อยเพื่อให้อ่านง่าย หากคนอ่านชอบบทความและเข้าใจเนื้อหาก็จะรู้ว่าสินค้าและบริการนั้นมีจุดเด่นตรงไหน ถ้าชอบใจก็มีแนวโน้มที่จะแบ่งปันผ่านทางโซเชียลมีเดียทำให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การพัฒนาทักษะการเขียนบล็อกเพื่อดึงดูดผู้ชม พร้อมกับการทำ SEO เพื่อให้คำที่ต้องการค้นหาเป็นคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงทำให้ผลลัพธ์การทำ SEO ดีขึ้นและจัดอันดับอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นมากอย่างแน่นอน

ในเรื่องของคีย์เวิร์ดก็ต้องระมัดระวังเช่นเดียวกัน แนะนำว่าอย่าใส่คีย์เวิร์ดมากเกินไปทำให้อ่านข้อความไม่รู้เรื่องหรือไม่ราบรื่น อย่าทำแค่จับคำไปใส่ในบทความ ควรเริ่มจากเนื้อหาที่ดีมีประโยชน์ เลือกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา บางคนมีความสามารถในการเขียนอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นนักเขียนมืออาชีพที่จะตั้งประเด็นไว้ก่อน มีคำถามว่าลูกค้าสนใจสินค้าและบริการแบบไหน คำตอบนั้นคือจุดโฟกัสเพื่อให้นำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตรงความต้องการของลูกค้านั่นเอง

เมื่อรู้ความต้องการของลูกค้าแล้ว พยายามหาช่องทางนำเสนอที่แตกต่างและดีกว่าคู่แข่ง กำหนดโครงสร้างของบทความ มีความยาวเท่าไร ย่อหน้าตรงไหน ปรับความยาวของบทความให้เหมาะสม ต้องมีอย่างน้อย 300 คำ พิจารณาการจัดอันดับของกูเกิลจะให้คะแนนกับบทความยาว ๆ แต่ถ้าบทความนั้นยาวเกินไปจะทำให้ผู้อ่านเบื่อก่อนที่จะอ่านจบ อยากรู้ว่าบทความควรยาวขนาดไหน ให้ลองเขียนบทความยาว ๆ แล้วตรวจสอบให้แน่ใจว่าความยาวและเนื้อหาแบบไหนที่มีคนสนใจเข้าอ่านมากที่สุด ก่อนโพสต์บล็อกให้คนอื่นอ่าน ต้องแก้ไขข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์และข้อผิดพลาดอื่น ๆ

หลังจากโพสต์เนื้อหาเสร็จแล้ว ถ้าเขียนเนื้อหาหัวข้อเดียวกับโพสต์ก่อนหน้านั้น อย่าลืมสร้างการเชื่อมโยงแต่ละโพสต์เข้าด้วยกัน เพราะการสร้างลิงก์ภายในหรือ Internal link จะเป็นการเพิ่มคุณภาพให้เนื้อหาบทความสำหรับการทำ SEO ผู้อ่านจะมองว่าคอนเทนต์ของเรามีคุณภาพและใช้งานง่าย สร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ใช้งานพอใจ ขณะเดียวกันระบบการจัดอันดับของกูเกิลจะมองเห็นว่าบล็อกนี้มีความความเชี่ยวชาญและเชื่อมโยงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันไปยังหน้าที่มีความสำคัญจะช่วยให้บล็อกหรือแม้แต่เว็บไซต์ก็มีอันดับที่ดีขึ้นได้เช่นกัน

การเขียนบทความในบล็อก

SEO คืออะไร สำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้มาก่อน

SEO คืออะไร สำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้มาก่อน

หากใครคิดจะเริ่มทำการตลาดออนไลน์จะต้องรู้จักคำว่า SEO รู้ว่าพื้นฐานของ SEO คืออะไร ผู้ทำการตลาดจะสามารถนำความรู้นั้นไปปรับใช้กับช่องทางออนไลน์ได้ทุกช่องทาง ทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จัก มีความน่าเชื่อถือและยังเป็นการขยายตลาดให้มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ก็สร้างยอดขายได้มากขึ้นนั่นเอง แต่การทำ SEO จะเริ่มทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง ในบทความนี้จะขอแนะนำขั้นตอนพื้นฐาน สำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า SEO เขาทำกันอย่างไร

SEO คืออะไร

SEO คือการใช้ประโยชน์จาก Search Engine ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยอาศัย Keyword เป็นตัวกำหนดแนวทางและกระจายในบทความหรือสิ่งที่เราต้องการจะนำเสนอ เพื่อให้การค้นหาเจอได้โดยง่าย เราอาจจะเพิ่มแบ็กลิงก์เอาไว้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและยังเป็นเป็นการประกอบข้อมูลให้เห็นภาพ ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในสินค้าหรือบริการของเรา ทำให้ง่ายต่อการปิดการขายนั่นเอง

SEO ทำอย่างไร

Content เพราะสิ่งที่เราเข้าใจ กับสิ่งที่ลูกค้าเข้าใจจะเป็นคนละเรื่องกัน ทำอย่างไรให้ลูกค้าเกิดความเข้าใจในสินค้าหรือบริการของเราได้โดยง่าย และที่สำคัญคือ Content นั้นต้องน่าสนใจและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้าได้ จึงจะเป็น Content คุณภาพ

Keyword หัวใจหลักของการทำ SEO เลยคือต้องใช้ Keyword ที่ดี เพราะถึงแม้ Content จะดีมาก แต่ค้นหายาก หาไม่เจอ ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นการใส่ Keyword ที่ได้รับการจัดอันดับแล้วว่ามีการค้นหามากที่สุด ก็ย่อมจะหาง่ายกว่าอย่างแน่นอน

จำนวนคำ อะไรที่มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี การกำหนดโครงสร้างของ Content จะต้องให้เหมาะสมกับเนื้อหาและกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะนำเสนอ หากต้องการนำเสนอให้เด็ก ๆ ก็ควรมีเนื้อหาที่แสดงออกถึงอารมณ์และสั้น ๆ เด็กจะสนใจ ประมาณ 300 คำกำลังดี หรือถ้าต้องการจะนำเสนอเนื้อหาให้ผู้ใหญ่ ก็ต้องมีเนื้อหาที่ค่อนข้างครบถ้วน เน้นถึงหลักเหตุผล ตอบโจทย์ว่าถ้าเขาซื้อสินค้าหรือบริการของเราดีอย่างไร ? 1,000 คำโดยประมาณ ไม่ควรมากกว่านี้เพราะจะทำให้เบื่อเสียก่อน

การทำ SEO จะเริ่มทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง

Back Link เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้าม แต่มีความสำคัญมากเพราะการทำ Back Link จากเว็บไซต์ที่ดัง ๆ จะส่งผลให้ Content ของเราน่าเชื่อถือตามไปด้วย แต่การจะไปติด Back Link ในเว็บไซต์ดัง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน หากเว็บไซต์ของเราไม่มีความน่าเชื่อถือที่มากพอ

จากข้อมูลข้างต้นน่าจะพอทำให้เข้าใจการทำ SEO มากขึ้นได้บ้าง ซึ่งวิธีการทำจริง ๆ แล้วไม่ได้มีเพียง 4 ข้อนี้เท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดยิบย่อยอีกมากมายที่ก่อนจะเริ่มลงมือทำต้องศึกษาอย่างถ่องแท้เสียก่อน แต่ไม่ว่าอย่างไรการทำ SEO ก็คุ้มค่ากับการลงทุนลงแรงอย่างแน่นอน เพราะเป็นช่องทางการโฆษณาที่ถูกที่สุดและได้ผลลัพธ์มากที่สุด

กลยุทธ์การทำ SEO ให้ได้ผลดี ดีไซน์เว็บต้องน่าประทับใจ

กลยุทธ์การทำ SEO ให้ได้ผลดี ดีไซน์เว็บต้องน่าประทับใจ

โลกธุรกิจทุกวันนี้มีการแข่งขันสูง ธุรกิจน้อยใหญ่ต่างงัดกลยุทธ์ด้านการตลาดทั้งการโฆษณา ลด แลก แจก แถม มาดึงดูดลูกค้าเพื่อความอยู่รอดซึ่งวิธีการเหล่านั้นใช้งบประมาณมาก การทำตลาดออนไลน์เป็นช่องทางสมัยใหม่ที่พบเห็นบ่อยขึ้นและมีการทำ SEO เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญ การออกแบบเว็บไซต์ที่สวยงามและใช้ง่ายจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อการทำ SEO เนื่องจากเว็บที่ดูดีน่าสนใจมักจะสร้างความประทับใจแรกให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชม ช่วยสร้างแบรนด์ธุรกิจให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจที่จะเปลี่ยนผู้ชมมาเป็นลูกค้าในระยะยาว

การออกแบบเว็บไซต์มีความสำคัญกับการทำ SEO เนื้อหาคอนเทนต์อาจเป็นปัจจัยหลักในการจัดอันดับเว็บของ Google แต่เพราะเว็บไซต์เป็นหน้าเป็นตาของธุรกิจ หากเว็บไซต์มีคุณภาพก็จะสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างความประทับใจแรกเห็น ผู้เข้าชมเว็บไซต์ส่วนใหญ่เชื่อมั่นในธุรกิจที่ใส่ใจออกแบบเว็บไซต์อย่างชัดเจน รูปแบบทันสมัย สวยงาม ใช้งานง่าย รู้สึกไว้วางใจว่าไม่ใช่เว็บปลอม เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อและเพิ่มโอกาสขายมากขึ้น

ในปัจจุบันการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์นิยมใช้งานด้วยการเลื่อนหน้าลงอ่านข้อความไปเรื่อย ๆ ซึ่งดึงดูดผู้เข้าชมได้ดี แต่ไม่เอื้อประโยชน์ในการจัดอันดับเว็บของ Google การออกแบบที่ดีจะนำเสนอบทความในแต่ละหน้าและสร้างลิงก์ภายในเชื่อมโยงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกันไปทีละหน้าทำให้ผู้ชมที่ต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้รับความสะดวก ดีไซน์แต่ละหน้าเว็บไซต์ควรเป็นรูปแบบเดียวกัน มีความสวยงามและมีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ส่วนการใช้สีสัน รูปภาพ หรือตัวอักษรสไตล์แฟนซีจุดประกายความสนใจได้ดีเช่นกัน แต่ก็ควรยึดติดกับเนื้อหาที่ครบถ้วนและน่าสนใจทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ธุรกิจและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การทำ SEO มากขึ้น

เมื่อเร็ว ๆ นี้เว็บ Google ได้เปลี่ยนแปลงระบบอัลกอริทึ่มล่าสุดที่มีผลสำคัญต่อการจัดอันดับการค้นหา โดยเน้นไปที่ประสบการณ์ของผู้เข้าชมเว็บเป็นหลัก เจ้าของเว็บควรอัปเดตข้อมูลหน้าเว็บที่สดใหม่อยู่เสมอ

องค์ประกอบด้านดีไซน์ที่กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกลยุทธ์ SEO มีดังนี้

-ขนาดตัวอักษร
-วิดีโอแบบฝัง
-องค์ประกอบแบบอินเทอร์แอคทีฟ
-หัวข้อใหญ่ (H1) ที่หน้าบทความ
-จำนวนรูปภาพ
-เวลาบนเว็บไซต์
-อัตราตอบกลับ

สิ่งสำคัญสำหรับกลยุทธ์ SEO

องค์ประกอบส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเว็บไซต์ที่สวยงามและสร้างสรรค์ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือได้ดี ขณะเดียวกันควรจัดโครงสร้างเว็บและเวลาบนเว็บไซต์อย่างรอบคอบเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและตอบสนองรวดเร็วบนมือถือ ส่งผลให้อัตราตอบกลับรวดเร็วขึ้น โครงสร้างเว็บไซต์มีหลายแบบซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น โครงสร้างแบบเรียงลำดับนิยมใช้กันมากในเว็บไซต์ขนาดเล็กและไม่ซับซ้อน ส่วนโครงสร้างแบบตารางและโครงสร้างแบบลำดับขั้นเหมาะกับเว็บไซต์ที่มีข้อมูลจำนวนมากและซับซ้อน ส่วนโครงสร้างแบบใยแมงมุมมีความยืดหยุ่นสูงใช้เชื่อมโยงแผนผังเว็บภายในถึงกันทำให้ค้นหาข้อมูลง่าย รวมถึงใช้เชื่อมโยงหน้าเว็บภายนอกซึ่งมีความสำคัญต่อการทำ SEO ให้อยู่ในลำดับต้น ๆ ด้วย

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้จัก SEO

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้จัก SEO

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้จัก SEO

SEO เป็นเทคนิคที่ทำให้สินค้าของคุณฮิตติดตลาดได้จากการที่ลูกค้าหรือคนที่ต้องการซื้อสินค้าในแนวของคุณ คีย์ หาด้วย keyword หรือ ชื่อสินค้า ชื่อแบรนด์ที่สนใจ ผ่านทางกูเกิ้ล ยาฮู หรือ บิง ก็สามารถค้นเจอหน้าเว็บไซต์ขอคุณขึ้นมาหราเป็นดันดับต้น ๆ นั่นแปลว่า SEO จะเป็นตัวช่วยสุดเลิศที่ทำให้คุณกับลูกค้าทางออนไลน์ได้เจอหน้ากันนั่นเอง ซึ่งศัพท์เต็ม ๆ ของ SEO คือ “Search Engine Optimization” เป็นคำที่คนขายของออนไลน์ “ไม่รู้จักไม่ได้เด็ดขาด” เพราะเทียบได้กับการเลือกทำเลร้านจริง ๆ คือ หากการมีหน้าร้านติดทำเลถนนหรือมีลูกค้าเดินผ่านไปมามาก ๆ ลองคิดดูว่า ย่านสีลม , สยาม , สำเพ็ง , ปากคลองตลาด , พาหุรัด , ตลาดสี่มุมเมือง ฯลฯ คำเหล่านี้ล้วนเป็นชื่อสถานที่ที่คุณคิดออกเลยว่า อยากหาอะไรต้องไปที่ไหน อย่างอยากหาซื้อเสื้อผ้าวัยรุ่นชิค ๆ แนวใหม่ล่าสุด ต้องไปเดินสยาม อยากหาของกินสไตล์หนุ่มสาวหรูหราต้องเครือเซ็นทรัล-เอ็มควาเทียร์ จะซื้อผลไม้ไปขายต่อแบบขายปลีกหรือขายรถเข็น ต้องตลาดสี่มุมเมือง หรือจะซื้อดอกไม้สดไปจัดช่อใช้งานตามโรงแรมหรืองานแต่งงานทีละเยอะ ๆ ก็มาปากคลองตลาด ฯลฯ

SEO เปรียบเสมือนการเลือกทำเลให้ลูกค้าพิมพ์

ตราบเท่าที่สถานที่เหล่านี้สำคัญในชีวิตจริง เราก็อยากบอกว่าการทำ SEO ก็เปรียบเหมือนการเลือกทำเลให้ลูกค้าพิมพ์แล้วหาคุณเจอง่าย ๆ 1 ใน สาม หน้าแรก จากการค้นหาเท่านั้นที่เขาวิจัยแล้วว่าทำให้ลูกค้าได้เจอร้านคุณและ “คลิกเข้ามาชม” มากที่สุด ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ ไม่ใช่ว่าจะพิมพ์ว่า SEO SEO SEO หรือใส่ว่า ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้ ซ้ำ ๆ แบบนี้ มีหวังโดนแบน แถมลูกค้าจะ “block” คุณออกจากสาระบบ เพราะรำคาญใน “ความไร้สาระ” หรือ “ความเวิ่นเว้อ” และที่สำคัญคือ ลูกค้าจะรู้สึกว่า คุณทำให้เขาเสียเวลา เสียค่าเน็ตในการคลิกเข้ามาแล้วอ่านอะไรที่ “ไม่ได้เรื่อง” เท่ากับว่าคุณจะเสียลูกค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการไปโพสต์บอกต่อในแนวว่า “ของห่วย บอกต่อ” ประจานกัน แป๊บเดียว ลูกค้าคุณก็จะหายไปครึ่ง ๆ เลยทีเดียว

จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสินค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะทำตัวเว็บไซต์ เขียนบทความสำหรับโพสต์ลงเว็บไซต์ ทำรูปประกอบในเว็บไซต์ งานถ่ายภาพเพื่อขายไปประกอบบทความในเว็บไซต์ จึงต้องอาศัยหลักทาง SEO และที่เราเพิ่งทำให้คุณเห็น คือ การใช้ SEO ของคีย์เวิร์ดว่า เว็บไซต์ แบบง่าย ๆ ยังไงเล่า เราหวังว่าคุณคงพอจะเข้าใจ ความหมายในทางปฏิบัติของการทำ SEO กันมากขึ้น และเชื่อว่าจะเป็นบันไดไต่ยอดให้นักขายของออนไลน์ใส่ใจพัฒนาการ PR ตัวเองมากขึ้น นอกจากการเน้นที่คุณภาพของสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

SEO เปรียบเสมือนการเลือกทำเลให้ลูกค้าพิมพ์