ทำไมธุรกิจการโรงแรมถึงต้องทำเว็บไซต์ SEO

การทำธุรกิจการโรงแรมในปัจจุบันนั้น มีการแข่งขันที่สูงมาก เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากภาวะขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนและยังมีปัญหาทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ ที่กระทบต่อบรรยากาศในการท่องเที่ยวอีกด้วย

การทำธุรกิจการโรงแรมในเว็บไซต์ออนไลน์ จึงต้องทำ SEO ให้เพื่อกระตุ้นให้สถานที่พักของคุณเป็นที่รู้จักและจดจำของผู้คนให้ได้มากที่สุดทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อที่เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้น

การทำ SEO ให้แก่ธุรกิจการโรงแรม ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ

1. On-Page SEO

ได้แก่ การทำโครงสร้างของเว็บไซต์ให้ดูสวยงาม มีความเป็นทางการควบคู่กับความเป็นมิตร ผสมผสานให้ลงตัวอย่างเหมาะสม โดยใช้สี โลโก้ ที่เป็นเอกลักษณ์และสื่อสารถึงความเป็นแบรนด์ให้ชัดเจน เช่น ควรจะใช้สีชมพูสีฟ้า สีเขียว สีน้ำตาล ประจำเว็บไซต์ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายเบาสบาย เห็นแล้วอยากมาพักผ่อนที่โรงแรมของคุณ

นอกจากนี้ การเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมในการผลิตบทความในหน้าเพจของโรงแรม ควรจะต้องมีการวิจัยคัดเลือก Keyword SEO ที่สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่คุณต้องการให้บริการอย่างเจาะจง หรือ ที่เรียกว่า Niche Market

เช่น สถานที่ของคุณเป็นโรงแรมที่อยู่ริมทะเล และสามารถให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าได้ คุณก็ควรที่จะใช้ Keyword ว่า “รีสอร์ท ริมทะเล พัทยา หมา แมว เข้าได้” เป็นต้นเพื่อให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะนิยมพาสัตว์เลี้ยงไปท่องเที่ยวด้วย สามารถที่จะหาเว็บไซต์ของคุณเจอเป็นอันดับต้น ๆ จะทำให้มีโอกาสได้รับการจองห้องพักโรงแรมมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

2. Off-Page SEO

เป็นการขยายกลุ่มลูกค้า ให้โรงแรมของคุณเป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น โดยการที่คุณไปสมัครเป็นสมาชิกในกลุ่มคนรักการท่องเที่ยว คนรักสัตว์เลี้ยง ฯลฯ เพื่อให้ข้อมูลที่ช่วยกระตุ้นให้คนอยากไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ของ จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะพัทยา เพื่อให้มีคนสนใจหรือสอบถามหาที่พักในละแวกใกล้เคียง

คุณก็สามารถให้ลิงก์เว็บไซต์ของโรงแรมคุณ เพื่อการชมภาพสถานที่และสอบถามเกี่ยวกับราคาและข้อมูลอื่น ๆ ได้ เป็นต้น เทคนิคนี้จะทำให้เพิ่มปริมาณของผู้คนเข้าสู่เว็บไซต์ของคุณ ซึ่งทำให้อันดับ SEO จากการวิเคราะห์ด้วย AI ของ Search Engine สูงขึ้น และที่สำคัญคือ ทำให้โรงแรมของคุณมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวลาอันสั้น

จะเห็นได้ว่า การทำ SEO ให้เว็บไซต์ด้านการโรงแรม สามารถช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดในสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและเติบโตได้ในระยะยาว เพียงเลือก Keyword SEO ที่เหมาะสมกับลูกค้านักท่องเที่ยวเป้าหมาย ผลิตบทความ SEO ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้อันดับ SEO ของคุณดีขึ้น มีโอกาสปรากฏแก่สายตาของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งทำให้เพิ่มยอดจองห้องพักได้มากขึ้นตลอดทั้งปี

การทำ SEO ให้แก่ธุรกิจการโรงแรม ประกอบไปด้วย 2 ส่วน

เงินทุนน้อยก็ทำการตลาดออนไลน์ SEO ได้

มาตรฐานของ Search Engine

การตลาดออนไลน์เป็นช่องทางการขายสินค้าและบริการที่สำคัญในยุคปัจจุบันเนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อค้นหาข้อมูลและสั่งซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยแบบรวดเร็ว 4G ในปัจจุบัน ก็ทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายทั่วโลกติดต่อกันได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

สำหรับผู้ที่มีเงินทุนน้อยอาจจะกังวลว่าการทำการตลาดออนไลน์จะเป็นเรื่องที่ทำให้สร้างภาระค่าใช้จ่าย เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ มักจะต้องใช้เงินทุนสูง อย่างไรก็ตาม การตลาดแบบ SEO ซึ่งย่อมาจาก Search Engine Optimization มีความแตกต่างจากเทคนิคการตลาดทั่วไป เพราะไม่ต้องใช้เงินจ่ายให้ Search Engine อย่าง Yahoo, Bing, Google เพียงแต่ต้องมีความสม่ำเสมอในการพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานของ Search Engine ที่กำหนดไว้ และต้องไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์

ตัวอย่างเช่น

การทำเนื้อหาในบทความ ต้องมีความสดใหม่ อัพเดตประจำทุกวัน

การทำคลิปประกอบเพื่อดึงดูดผู้ชม ซึ่งทำให้เพิ่มเวลาในการใช้หน้าจอ ทำให้ผลการจัดอันดับของเว็บไซต์ดียิ่งขึ้น

เลือกใช้ Keyword ในบทความและหัวข้อ Title ที่ตรงกับคำที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใช้

การจัดหมวดหมู่องค์ประกอบของหน้าจอเว็บไซต์ให้หาปุ่มต่าง ๆ ง่าย มีการแยกกลุ่มสินค้าชัดเจน เช่น หากทำเว็บไซต์ขายเสื้อผ้าออนไลน์ ต้องแยกเป็นหมวดเสื้อ กางเกง รองเท้า เครื่องประดับ ทั้งของเพศชายและหญิง เป็นต้น

มีธีมของสีและรูปแบบเว็บไซต์ที่สวยงาม และเป็นที่จดจำ ควรใช้สีหลักไม่เกิน 2-3 สี เพื่อให้ดูหรูหราทันสมัย รวมไปถึงการเลือกฟอนต์ที่สวยงาม ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์

พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งหน้าจอมือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้งานเทคโนโลยี เพื่อให้มีโอกาสรับออเดอร์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เงินทุนน้อยก็ทำการตลาดออนไลน์ SEO ได้

นอกจากการพัฒนาภายในของเว็บไซต์แล้ว การทำ SEO ยังรวมไปถึงการเชื่อมโยงลิงค์กับเว็บไซต์ภายนอก เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่กว้างขึ้น เช่น การตอบคำถามเกี่ยวกับสินค้าออร์แกนิกในเว็บไซต์สุขภาพ หรือห้องแชทที่รวมผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพเข้าด้วยกัน หรืออาจตั้งกลุ่มใน Facebook ขึ้นมาใหม่ให้คนที่สนใจสินค้าออร์แกนิกมารวมตัวกันก็ได้ ที่สำคัญ คือการแจ้ง Link เข้าเว็บไซต์หลักของคุณไว้ เพื่อให้ผู้ที่สนใจติดตามหรือสอบถามเพิ่มเติมติดต่อได้สะดวก จะทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่กล่าวถึงแพร่หลายมากขึ้น ทำให้มียอดการคลิกเข้ามาชม หรือ Traffic มากขึ้น

จะเห็นได้ว่า การทำการตลาดออนไลน์แบบ SEO ไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินทุนสูงอย่างที่หลายคนคิด สามารถเริ่มทำด้วยตัวของคุณเองได้ ขอเพียงใส่ใจในคุณภาพและมีความสม่ำเสมอในการทำ การทำ SEO ก็จะเป็นเทคนิคที่ทำให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจได้อย่างแน่นอน

ขั้นตอนการทำ Content ให้ติดอันดับ 1 บน GOOGLE

ขั้นตอนการทำ Content ให้ติดอันดับ 1 บน GOOGLE

Search Engine ที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 นั่นก็คือ GOOGLE เป็น Website เพื่อการค้นหาที่มีจำนวนครั้งในการใช้งานมากที่สุดในโลก และมันจะดีไม่น้อยหากเราจะสามารถใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้เพื่อการขยายธุรกิจหรือสร้างฐานลูกค้าให้เป็นทีรู้จัก โดยการทำ Content ให้ติดอันดับแรก ๆ บน GOOGLE ให้ได้นั้น มี 5 ขั้นตอนดังนี้

5 เทคนิคทำให้ คอนเทนต์ ติดอันดับ 1

Content is King ขั้นแรกเราต้องดูก่อนว่าเราจะนำเสนอเรื่องอะไร Content เกี่ยวกับอะไร มีประโยชน์มากน้อยแค่ไหน โดยเนื้อหาใน Content จะต้องแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร และแน่นอนต้องไม่ Copy มาจาก Website อื่น

Keyword เวลาที่คนจะค้นหาอะไรสักอย่างก็จะพิมพ์คำคีย์เวิร์ดซ้ำ ๆ กัน โดยเราจะต้องหาอันดับของคำ Keyword ที่มีคนหาเยอะที่สุด โดยอาจจะหาได้จาก Google Keyword Planner ก็ได้ว่าคำไหนมีคน Search หามากที่สุด แล้วเราก็เอาคำนั้นมาเป็นหลักในการสร้าง Content

โครงสร้าง Content รูปร่างหน้าตาของบทความก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเราจะต้องคำนึงถึงจำนวนคำที่ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ซึ่งจะอยู่ในช่วง 300-1,000 คำโดยประมาณ แล้วแต่ว่าเนื้อหาจะเป็นแนวไหน มีหัวข้อย่อย ทำตัวเอียง ตัวหนาให้สวยงามเป็นระเบียบ และแน่นอนอย่าลืมใส่ Keyword กระจายลงไปให้ทั่วบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป คำนึงถึงความเป็นธรรมชาติเป็นหลัก

Backlink ก็คือหน้า Website อื่น มี link ที่กดแล้วจะส่งตรงมาที่หน้า Website ของเรานั่นเอง การมี Backlink กับ Website ที่มีชื่อเสียงหรือมีมาตรฐานก็เป็นการเพิ่มระดับความน่าเชื่อถือให้กับเราได้ไม่น้อย โดย GOOGLE ก็ดูจาก Backlink เป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งว่า เขาจะเอา Website ของเราขึ้นมาอยู่อันดับต้น ๆ ได้หรือไม่ ทั้งนี้ Backlink จะต้องมีความเป็นธรรมชาติ มีทั้งคุณภาพและปริมาณ ถ้ามี Backlink ที่จงใจสร้างขึ้นมาหรือ Link มาจากเว็บที่มีคุณภาพต่ำ ก็จะได้คะแนนส่วนนี้น้อย

5 เทคนิคทำให้ คอนเทนต์ ติดอันดับ 1

สร้าง Website ให้รองรับสมาร์ทโฟน ในปัจจุบันนี้คนเล่นมือถือมากกว่าเล่นคอมหรือดูโทรทัศน์เสียอีก เพราะความสะดวกเพียงหยิบมือถือขึ้นมาเท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่ฉลาดไม่น้อยหากเราจะทำให้ Website ของเราสามารถเปิดบนสมาร์ทโฟนได้ มีการแสดงผลที่เหมาะสม อ่านง่าย ใช้งานสะดวก

การทำ Content ให้ติดอันดับบน GOOGLE ไม่ใช่เรื่องยาก แต่จะต้องมีการศึกษาข้อมูลรวมถึงความพยายามและอาศัยเวลา เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ทำความรู้จักเสียก่อน หากทำตามที่กล่าวมาข้างต้นได้อย่างถูกวิธีแล้ว เมื่อ Content ของคุณติดอันดับหน้าแรกบน GOOGLE แล้ว ก็จะคุ้มค่ากับความพยายามที่ทุ่มเทลงไปเป็นอย่างมาก เพราะ Website ของคุณจะเป็นที่รู้จัก มีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน ทำให้ง่ายต่อการขยายฐานธุรกิจและเป็นการสร้างยอดขายที่ดีในอนาคตอีกด้วย

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้จัก SEO

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้จัก SEO

ทำไมคนขายของออนไลน์ต้องรู้จัก SEO

SEO เป็นเทคนิคที่ทำให้สินค้าของคุณฮิตติดตลาดได้จากการที่ลูกค้าหรือคนที่ต้องการซื้อสินค้าในแนวของคุณ คีย์ หาด้วย keyword หรือ ชื่อสินค้า ชื่อแบรนด์ที่สนใจ ผ่านทางกูเกิ้ล ยาฮู หรือ บิง ก็สามารถค้นเจอหน้าเว็บไซต์ขอคุณขึ้นมาหราเป็นดันดับต้น ๆ นั่นแปลว่า SEO จะเป็นตัวช่วยสุดเลิศที่ทำให้คุณกับลูกค้าทางออนไลน์ได้เจอหน้ากันนั่นเอง ซึ่งศัพท์เต็ม ๆ ของ SEO คือ “Search Engine Optimization” เป็นคำที่คนขายของออนไลน์ “ไม่รู้จักไม่ได้เด็ดขาด” เพราะเทียบได้กับการเลือกทำเลร้านจริง ๆ คือ หากการมีหน้าร้านติดทำเลถนนหรือมีลูกค้าเดินผ่านไปมามาก ๆ ลองคิดดูว่า ย่านสีลม , สยาม , สำเพ็ง , ปากคลองตลาด , พาหุรัด , ตลาดสี่มุมเมือง ฯลฯ คำเหล่านี้ล้วนเป็นชื่อสถานที่ที่คุณคิดออกเลยว่า อยากหาอะไรต้องไปที่ไหน อย่างอยากหาซื้อเสื้อผ้าวัยรุ่นชิค ๆ แนวใหม่ล่าสุด ต้องไปเดินสยาม อยากหาของกินสไตล์หนุ่มสาวหรูหราต้องเครือเซ็นทรัล-เอ็มควาเทียร์ จะซื้อผลไม้ไปขายต่อแบบขายปลีกหรือขายรถเข็น ต้องตลาดสี่มุมเมือง หรือจะซื้อดอกไม้สดไปจัดช่อใช้งานตามโรงแรมหรืองานแต่งงานทีละเยอะ ๆ ก็มาปากคลองตลาด ฯลฯ

SEO เปรียบเสมือนการเลือกทำเลให้ลูกค้าพิมพ์

ตราบเท่าที่สถานที่เหล่านี้สำคัญในชีวิตจริง เราก็อยากบอกว่าการทำ SEO ก็เปรียบเหมือนการเลือกทำเลให้ลูกค้าพิมพ์แล้วหาคุณเจอง่าย ๆ 1 ใน สาม หน้าแรก จากการค้นหาเท่านั้นที่เขาวิจัยแล้วว่าทำให้ลูกค้าได้เจอร้านคุณและ “คลิกเข้ามาชม” มากที่สุด ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้ ไม่ใช่ว่าจะพิมพ์ว่า SEO SEO SEO หรือใส่ว่า ดอกไม้ ดอกไม้ ดอกไม้ ซ้ำ ๆ แบบนี้ มีหวังโดนแบน แถมลูกค้าจะ “block” คุณออกจากสาระบบ เพราะรำคาญใน “ความไร้สาระ” หรือ “ความเวิ่นเว้อ” และที่สำคัญคือ ลูกค้าจะรู้สึกว่า คุณทำให้เขาเสียเวลา เสียค่าเน็ตในการคลิกเข้ามาแล้วอ่านอะไรที่ “ไม่ได้เรื่อง” เท่ากับว่าคุณจะเสียลูกค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการไปโพสต์บอกต่อในแนวว่า “ของห่วย บอกต่อ” ประจานกัน แป๊บเดียว ลูกค้าคุณก็จะหายไปครึ่ง ๆ เลยทีเดียว

จึงไม่น่าแปลกใจที่ปัจจุบันอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสินค้าออนไลน์ ไม่ว่าจะทำตัวเว็บไซต์ เขียนบทความสำหรับโพสต์ลงเว็บไซต์ ทำรูปประกอบในเว็บไซต์ งานถ่ายภาพเพื่อขายไปประกอบบทความในเว็บไซต์ จึงต้องอาศัยหลักทาง SEO และที่เราเพิ่งทำให้คุณเห็น คือ การใช้ SEO ของคีย์เวิร์ดว่า เว็บไซต์ แบบง่าย ๆ ยังไงเล่า เราหวังว่าคุณคงพอจะเข้าใจ ความหมายในทางปฏิบัติของการทำ SEO กันมากขึ้น และเชื่อว่าจะเป็นบันไดไต่ยอดให้นักขายของออนไลน์ใส่ใจพัฒนาการ PR ตัวเองมากขึ้น นอกจากการเน้นที่คุณภาพของสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

SEO เปรียบเสมือนการเลือกทำเลให้ลูกค้าพิมพ์