รวมเหตุที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรทำ SEO

รวมเหตุที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรทำ SEO

เชื่อว่าในยุคนี้ไม่มีใครไม่รู้จักการทำ SEO เพราะนี่คือเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ทำให้หลายธุรกิจที่ไม่เคยคิดทำ SEO กลับต้องหันมาทำการตลาดออนไลน์วิธีนี้ดูบ้าง โดยเฉพาะยุคที่มีการแข่งขันในทุกธุรกิจ และสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักว่าการทำ SEO คืออะไร ลองมาดูความหมายพร้อมเหตุผลที่เจ้าของธุรกิจควรทำ SEO เพื่อความสำเร็จระยะยาว

SEO คืออะไร
หากจะให้อธิบายแบบง่าย ๆ ต้องบอกว่า SEO คือการทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นมาอยู่อันดับต้น ๆ ของ Search Engine โดยเฉพาะ Search Engine ยอดนิยมอย่าง Google, Yahoo หรือ Bing ซึ่งแน่นอนว่าหากลูกค้ากดค้นหาและเจอเว็บไซต์ธุรกิจคุณอยู่อันดับต้น ๆ หรือติดอันดับในหน้าแรกจะมีข้อดีตามมาหลายอย่างอย่างแน่นอน

เหตุผลที่เจ้าของธุรกิจควรทำ SEO

  • ธุรกิจเป็นที่รู้จัก
    การทำ SEO นั้น แน่นอนว่าเจ้าของธุรกิจทุกคนต้องคาดหวังให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักในวงกว้างและมีผู้คลิกเข้าชมเว็บไซต์มากกว่าเดิม ซึ่งการทำ SEO ย่อมเป็นตัวช่วยตอบโจทย์นี้ได้ เพราะเมื่อวันหนึ่งเว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Search Engine โอกาสการมองเห็นจะเพิ่มขึ้นและเมื่อผู้ใช้งานเห็นเว็บไซต์คุณบ่อย ๆ ย่อมทำให้เป็นที่รู้จักอย่างแน่นอน
  • เว็บไซต์น่าเชื่อถือ
    ลองคิดตามว่าหากลูกค้าค้นหาสินค้าหรือบริการและเจอเว็บไซต์คุณติดอันดับต้น ๆ ของ Search Engine นอกจากจะช่วยเพิ่มจำนวนคลิกแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่าเว็บไซต์ของคุณได้รับความนิยมและมีความน่าเชื่อถือจนทำให้ติดหน้าแรก ยิ่งหากคลิกเข้าสู่เว็บไซต์แล้วเจอคอนเทนต์ดี ๆ และบริการที่มีประโยชน์ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจได้อีกเท่าตัว
  • จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น
    พฤติกรรมของผู้ใช้ Search Engine มักคลิกไปยังเว็บไซต์ที่ปรากฏอันดับต้น ๆ เสมอ เนื่องจากไม่อยากคลิกหน้าถัดไปให้เสียเวลา เพราะฉะนั้นการที่เว็บไซต์ติดอับดับแรก ๆ นอกจากเพิ่มความน่าเชื่อถือแล้ว ยังเพิ่มจำนวนคลิก เป็นผลทำให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น และหากผู้ใช้งานอยู่ในเว็บไซต์ของคุณนาน ๆ ยังช่วยเพิ่มคะแนนจาก Search Engine ได้อีกด้วย
  • ประหยัดค่าโฆษณา
    แม้ว่าการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน แต่ถึงอย่างนั้นก็นับเป็นวิธีที่ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการซื้อโฆษณารวมถึงใช้งบประมาณน้อยกว่าการทำ SEM ที่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณากับ Search Engine อีกทั้งการซื้อโฆษณาอาจให้ผลลัพธ์ระยะสั้น ในขณะที่การทำ SEO กลับให้ผลลัพธ์ระยะยาว

สำหรับธุรกิจใดที่ยังไม่ได้ทำ SEO บอกเลยว่าห้ามมองข้ามการทำการตลาดออนไลน์วิธีนี้เด็ดขาด เพราะจะช่วยให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักระยะยาวและมีโอกาสปั้นธุรกิจให้เติบโต นอกจากนี้ อย่าลืมทำ SEO ร่วมกับการทำการตลาดออนไลน์วิธีอื่นควบคู่ไปด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง

เคล็ดลับทำ SEO ปรับปรุงเนื้อหาอย่างไรดึงดูดผู้ใช้มากขึ้น

เคล็ดลับทำ SEO ปรับปรุงเนื้อหาอย่างไรดึงดูดผู้ใช้มากขึ้น

การทำ SEO หมายถึงกระบวนการทำให้เว็บไซต์เป็นที่รู้จักรวดเร็ว มีผู้ใช้งานจำนวนมาก และเว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ ของการค้นหาบนเสิร์ชเอนจิ้นอย่าง Google เคล็ดลับการทำ SEO ส่วนใหญ่มีคำแนะนำมากมาย เช่น “เขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพ” และ “ใช้คีย์เวิร์ดยอดฮิต” รวมทั้ง “ปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้” หลายเว็บไซต์แนะนำให้เห็นความผิดพลาดที่เคยทำมาก่อน ช่วยหาหนทางที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพที่สุด ที่สำคัญคือนำไปใช้ได้จริง โดยเรามีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากกันดังนี้

1.ปรับปรุงเนื้อหาใส่คีย์เวิร์ดในตำแหน่งเหมาะ การเขียนเนื้อหาบทความส่วนใหญ่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ฉบับร่าง จะต้องมีการใส่คีย์เวิร์ดที่เหมาะสม ปริมาณไม่มากเกินไป เริ่มจากการใส่คีย์เวิร์ดหลักลงในชื่อ URL ของเว็บไซต์ 2-3 หน้า รวมทั้งในชื่อบทความและพารากราฟแรกเพื่อให้ติดอับดับในแต่ละหน้านั้น การแทรกคีย์เวิร์ดในตำแหน่งหลัก ๆ ต้องไม่พลาดใส่คำสำคัญครอบคลุมหัวข้อย่อยของบทความด้วยจะช่วยปรับปรุงการจัดอันดับคีย์เวิร์ดหลักทำให้ Google เห็นว่าหน้าเว็บนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

2.ส่งอีเมลและสร้างลิงก์ถึงทุกคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้า การสร้างแบ็กลิงก์ย้อนกลับเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับของเสิร์ชเอนจิ้น แม้จะเป็นงานน่าเบื่อแต่จำเป็น เพราะการสร้างลิงก์คุณภาพทำให้มีโอกาสดึงดูดผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าในอนาคตได้ง่ายขึ้น โดยค้นหาจากอีเมลแสวงหาลูกค้าเป้าหมายแล้วโน้มน้าวให้เข้ามาใช้งานเว็บไซต์ แนะนำว่าไม่ควรเขียนขอลิงก์ในอีเมล แต่แจ้งข่าวความเคลื่อนไหวและโปรโมทบทความให้ลูกค้าเข้ามาอ่าน หากบทความเขียนได้ดีเนื้อหามีเอกลักษณ์ ผู้อ่านจะชื่นชมและแชร์ออกไป ทำให้มีผู้เยี่ยมชมมากขึ้น

3.เพิ่มลิงก์ภายในจากหน้าหนึ่งในเว็บไซต์ไปยังอีกหน้าหนึ่ง ช่วยนำทางให้ผู้เยี่ยมชมเข้าไปอ่านเนื้อหาในหน้าต่าง ๆ กระจายทั่วเว็บไซต์ เป็นการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดี ใช้งานง่าย เป็นที่พอใจของลูกค้า เจ้าของเว็บไซต์ควรกำหนดอันดับ URL ของแต่ละเพจเพื่อจัดลำดับความสำคัญของแต่ละหน้าและเพิ่มลิงก์ภายในจากเพจสำคัญที่สุดไปยังเพจย่อยอื่น ๆ

4.ตรวจสอบเนื้อหาประจำปีเพื่อปรับปรุงใหม่ บางบทความอาจใช้เนื้อหาเดิมได้แต่ควรปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดที่ทันสมัยมากขึ้น วิเคราะห์หน้าเพจทั้งหมดในเว็บไซต์เพื่อดูว่าควรเก็บเพจไหนเอาไว้ เพจไหนดีอยู่แล้ว และเพจไหนควรอัปเดตข้อมูลใหม่ ควรประเมินไปทีละหน้าเพจ หน้าสำคัญต้องเก็บไว้แม้ว่าจะมีผลต่อการทำ SEO เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยก็ตาม จากนั้นลบเพจที่ไม่ต้องการแล้วออกไป การปรับปรุงโครงสร้างและเนื้อหา จะทำให้ผู้ใช้งานพอใจเว็บไซต์มากขึ้นแน่นอน

5.เปลี่ยนบล็อกโพสต์เป็นวิดีโอ ทุกวันนี้คนอ่านหนังสือน้อยลง บ้างก็ชอบรูปแบบเนื้อหาที่แตกต่างกัน ควรปรับปรุงใหม่ให้ตรงกับความชอบของลูกค้าในวงกว้าง หากโพสต์บทความไหนมีผู้เข้าชมจำนวนมาก อาจฝังวิดีโอเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมมากขึ้น

สิ่งสำคัญนอกเหนือจากเทคนิคที่กล่าวมาคือ ทำ SEO ต้องทำเพื่อประสบการณ์ของผู้ใช้ แล้วทุกอย่างจึงจะครบองค์ประกอบทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายได้

เหตุผลที่ธุรกิจควรทำ SEO ให้เว็บไซต์เติบโต กระตุ้นยอดขายต่อเนื่อง

เหตุผลที่ธุรกิจควรทำ SEO ให้เว็บไซต์เติบโต กระตุ้นยอดขายต่อเนื่อง

ทุกวันนี้เจ้าของธุรกิจจัดทำเว็บไซต์โดยปรับแต่งให้สอดคล้องกับเครื่องมือค้นหาหรือ SEO ทำให้กิจการเป็นที่รู้จักแพร่หลาย สามารถเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายมากขึ้นและกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น นั่นคือเหตุผลหลักที่ควรทำ SEO ด้วยการจ้างทีมงานมืออาชีพเข้ามาปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหาหลัก เช่น Google, Yahoo, Bing เป็นต้น แม้ว่า SEO จะต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่ให้ประโยชน์คุ้มค่า ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดในระยะยาว

เหตุผลแรกที่ธุรกิจควรทำ SEO คือปรับปรุงเว็บไซต์ให้เป็นประโยชน์กับผู้ใช้ เพราะเข้าใจว่าผู้ใช้ต้องการอะไรจึงออกแบบโครงสร้างเว็บเพจที่ใช้ง่าย ผู้ใช้งานไม่สับสน สามารถค้นเจอข้อมูลที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของผู้ใช้เป็นสิ่งสำคัญ ลองนึกว่าตนเองเข้าเว็บไซต์แล้วไม่พบสิ่งที่ต้องการหรือต้องเสียเวลามาก ก็มักจะออกจากเว็บไซต์และไม่กลับมาใช้งานอีก Google ติดตามพฤติกรรมของผู้ใช้อยู่ตลอดเวลา ถ้าลูกค้าเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เพียงช่วงสั้น ๆ จะถูกประเมินว่าได้รับประสบการณ์ที่ไม่น่าพอใจเท่าที่ควร แต่ถ้ามีการใช้งานซ้ำอีกบ่อย ๆ หมายถึงเว็บไซต์เป็นมิตรกับผู้ใช้และสร้างความพอใจ ซึ่งจะทำให้ได้รับการจัดลำดับที่ดีขึ้น

การทำ SEO ไม่เพียงทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักเท่านั้น แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือด้วย ซึ่งการยอมรับจากลูกค้านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ถ้าเว็บไซต์ใช้ง่ายและมีผู้เข้าชมจำนวนมากเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่องย่อมการันตีความน่าเชื่อถือและมีแนวโน้มที่จะขายได้มากขึ้น

อีกเหตุผลคือการทำ SEO ช่วยกำหนดเป้าหมายกลุ่มลูกค้าที่เฉพาะเจาะจง รู้ว่าต้องการอะไรและกำลังค้นหาข้อมูลแบบไหน จากนั้นกำหนดคีย์เวิร์ดให้ตรงจุดจากการค้นหาเทรนด์ของสินค้ายอดนิยม สิ่งที่น่าสนใจ ตลอดจนสถิติคำค้นหาที่ใช้กันมากเพื่อวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่มีประสิทธิภาพ ทั้งคำหลักและคำรองที่เชื่อมโยงไปยังข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ผู้ใช้งานค้นหาสิ่งที่พอใจได้มากที่สุด นั่นเท่ากับว่าวางแผนกลยุทธ์ SEO ได้ถูกต้องและเพิ่มโอกาสในการขายง่ายขึ้น

อีกเหตุผลที่สนับสนุนการทำ SEO คือช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางดึงดูดลูกค้าท้องถิ่นมากขึ้น โดยปรับเนื้อหาของเว็บไซต์เพื่อตอบคำถามที่ตรงความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น อาจใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ระหว่าง 6-12 เดือนนับจากวันที่เริ่มปรับปรุงเว็บไซต์ ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อเนื่องไปอีกหลายปี ข้อมูลเหล่านี้เป็นเหตุผลหลักที่ต้องลงทุนทำ SEO ให้เว็บไซต์มีประโยชน์ต่อลูกค้าและสร้างความพอใจสูงสุดเพื่อเพิ่มยอดคนเข้าใช้และเพิ่มปริมาณยอดขายโดยรวม ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวไปอย่างต่อเนื่อง

การทำ SEO เป็นกลยุทธ์ระยะยาวซึ่งเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการโฆษณาผ่านสื่อกระแสหลัก นับเป็นหนึ่งในประโยชน์สูงสุดของการทำ SEO โดยเฉพาะต่อธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้นจะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ จะช่วยลดต้นทุนโฆษณาด้วยการจ้างทีมงานมืออาชีพเข้ามาดูแล SEO เรียกว่าลงทุนไม่สูงเท่าโฆษณาทางตรง แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว

5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO

5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ SEO

การทำ SEO เป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในปี 2020 สำหรับนักธุรกิจออนไลน์มือเก่าและใหม่ให้มีอำนาจแข่งขันทางการตลาดสูงขึ้นในช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด ทั้งนี้ มี 5 เรื่องสำคัญที่เราได้รวบรวมมาฝากกันเกี่ยวกับ SEO ดังนี้

1.SEO ทำเองได้
การทำ SEO ให้เว็บไซต์ออนไลน์หรือเพสในเฟซบุ๊ก สามารถเรียนรู้ได้เองจากเว็บไซต์ให้ความรู้และคลิปยูทูปมากมายที่ผู้เชี่ยวชาญผลิตออกมาในช่วงไวรัสโควิดระบาด หากคุณต้องการประหยัดก็สามารถศึกษาด้วยตนเองได้ แต่ก็ต้องยอมแลกกับเวลาที่ต้องทุ่มเทกับการเรียนรู้ด้วยเช่นกัน

2.การจ้างทำ SEO
บริษัทรับทำ SEO มีอยู่มากมาย ไม่ควรเลือกที่ราคาถูกเท่านั้น ต้องพิจารณาจากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในการทำ SEO และบริการหลังการขาย เช่น การรักษาผลอันดับ SEO ได้นานอีก 1-3 เดือนหลังหมดสัญญา การทำรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ ฯลฯ จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการจ้างงานคุ้มค่าและป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงได้

3.ทำ SEO สายขาว
การทำ SEO สายขาว คือ การทำตามแนวทางที่ Google กำหนด เช่น การทำโครงสร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานง่ายทั้งกับระบบคอมพิวเตอร์และมือถือ การมีระบบอีคอมเมิร์ซที่รัดกุมและรักษาความลับลูกค้าได้อย่างดี การมีบทความที่ไม่ได้คัดลอกมาจากแหล่งอื่น ให้ความรู้และประโยชน์แก่ผู้อ่าน การมีคลิปเพื่อสนับสนุนการขายโดยไม่นำภาพหรือวิดีโอที่ตัดต่อบางส่วนจากคลิปผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นต้น

4.ค่าใช้จ่ายในการทำ SEO
หากทำ SEO เอง ก็เรียกได้ว่าแทบไม่มีค่าใช้จ่ายเลย แต่หากจ้างบริษัททำ จะมีการคิดค่าใช้จ่ายตาม keyword กล่าวคือ หากเป็นคำที่มีการสืบค้นมากและมีคู่แข่งธุรกิจจำนวนมากที่ต้องการใช้คำนี้ จะมีการเรียกค่าใช้จ่ายที่สูงมากขึ้นตามไปด้วย และหากต้องการให้ผลการสืบค้นผ่าน Google พบเว็บไซต์คุณเป็นอันดับต่างกัน ก็มีผลต่อราคาด้วย เช่น ต้องการให้ติดอันดับ 1 ใน 3 ก็จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นราวเดือนละสามหมื่นบาท ส่วนอันดับ 1 ใน 10 จะมีค่าใช้จ่ายที่ 4,000-5,000 บาทต่อเดือน เป็นต้น

5.ทำคู่กับ SEM ได้
การทำ SEO สามารถทำคู่กับ SEM หรือการโฆษณาผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้นได้ หากต้องการให้มีลูกค้าอุดหนุนตลอดปี โดยเน้นเร่งการขายในช่วงเทศกาลก็สามารถซื้อพื้นที่โฆษณาเสริมได้ เช่น ช่วงเทศกาลคนโสด วันที่ 11 เดือน 11 ก็สามารถทำโปรโมชันพิเศษ และเร่งประชาสัมพันธ์รับออเดอร์ได้ โดยไม่ละทิ้งการทำ SEO เพื่อให้ลูกค้าที่ค้นหาสินค้าผ่านคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ยังเห็นแบรนด์สินค้าหรือเว็บไซต์ของคุณอยู่เสมอ

การทำ SEO เป็นสิ่งสำคัญที่นักธุรกิจยุคใหม่ต้องสนใจ เพื่อเพิ่มยอดขาย สร้างความจดจำแบรนด์ และเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากเดิม ทำให้มีอำนาจในการแข่งขันกับคู่แข่งมือเก่าและใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนการทำเองหรือจ้างทำ SEO เพื่อให้คุ้มค่ากับเวลาและค่าใช้จ่ายมากที่สุด

3 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนการทำ SEO แบบต้นทุนน้อยในปี 2020

3 สิ่งที่ควรรู้ ก่อนการทำ SEO แบบต้นทุนน้อยในปี 2020

การทำการตลาดมีด้วยกันหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Facebook, Twitter หรือ Instagram แต่สิ่งที่คนขาดไม่ได้เลยและมีมานาน 10 – 20 ปี คือการทำ SEO ที่มี search engine โดยในประเทศไทยที่ใช้กันอยู่เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์จะเป็น Google จุดประสงค์เพื่อให้อยู่ในผลการค้นหาหน้าแรกของ Google เพราะน้อยมากที่จะมีผู้คนเข้าไปดูในหน้าที่สอง จนทำให้ผู้คนได้กล่าวไว้ว่า ถ้ามีคนเข้าเว็บไซต์เมื่อไหร่ก็จะทำเงินได้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอก 3 สิ่งที่ควรรู้ก่อนการทำ SEO แบบต้นทุนน้อยในปี 2020 ดังต่อไปนี้

1.เว็บไซต์จะต้องรองรับมือถือ

การทำ SEO แบบต้นทุนต่ำ เริ่มต้นจะต้องเช็คว่าเว็บไซต์รองรับโทรศัพท์มือถือได้หรือไม่ ด้วยการเข้ามาที่เว็บไซต์ https://search.google.com/test/mobile-friendly จากนั้นให้ป้อนเว็บไซต์ของคุณแล้วกดปุ่ม “URL ทดสอบ” เมื่อตรวจสอบว่ารองรับมือถือแล้ว ก็สามารถทำ SEO ในขั้นตอนอื่น ๆ ต่อไปได้เลย

2.การทำ SEO มี 2 แบบ

แบบที่หนึ่ง Off page SEO เป็นการสร้าง Backlink ซึ่งเป็นลิงก์ที่เชื่อมโยงกลับมายังเว็บไซต์ สำหรับวิธีการก็จะเป็นการโพสต์เว็บบอร์ด โพสต์ Blog และแลกลิงก์กับเว็บไซต์อื่น ๆ ส่วนแบบที่สอง On page SEO เป็นปัจจัยภายในหรือการปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อให้ตรงกับข้อกำหนดของ Google โดยแต่ละหน้าเว็บเพจจะมีคีย์เวิร์ดหลักประมาณ 3 – 5 คำ ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษให้ติด Google เช่น คีย์เวิร์ดชื่อเรื่อง คีย์เวิร์ดขึ้นต้นบทความ หรือจัดอยู่ในช่วงบรรทัดแรก โดยความยาวของบทความอยู่ที่ประมาณ 500 คำขึ้นไป การทำลิงก์ภายในไปยังหน้าบทความอื่น ๆ ด้วยคีย์เวิร์ดของบทความ การใส่ชื่อที่รูปภาพ, ค่า Alt (alternate text) และใส่ชื่อ Title ที่ภาพด้วย ถ้ามีมากกว่า 1 รูป เป็นต้น

3.การทำ SEO เพิ่มผู้เข้าชมเว็บในระยะยาว

การติดอันดับในหน้าแรก Google จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มผู้เข้าชมเว็บในระยะยาว ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีผลค่อนข้างมาก ที่สำคัญเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่ใช้ต้นทุนน้อยหรือไม่ต้องเสียค่าโฆษณาทางตรง และเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เพิ่มลูกค้า และช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นเพราะฉะนั้นจึงต้องทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการทำ SEO ซึ่งจะรวมไปถึงการออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับมือถือ มีความรวดเร็วในการโหลดข้อมูลตัวอักษร ภาพ หรือวิดีโอ มีคุณภาพของบทความในส่วนหัวข้อและเนื้อหา โดยเฉพาะคีย์เวิร์ดสำคัญที่ต้องค้นคว้าและเน้นลงในแต่ละหน้าเว็บเพจ

การทำ SEO (Search Engine Optimization) เป็นกระบวนการระยะยาว และครอบคลุมทุกองค์ประกอบในการทำเว็บไซต์ หากทำได้อย่างเหมาะสมและถูกต้อง ก็จะช่วยผลักดันให้เว็บไซต์ของธุรกิจมีผู้ชมเข้ามาเยี่ยมชมในปริมาณมาก ลดต้นทุนการประชาสัมพันธ์ และมีโอกาสสร้างยอดขายให้เติบโตได้

ประโยชน์ของบทความ SEO 5 ข้อที่แบรนด์จะได้มากกว่าที่คุณคิด

ประโยชน์ของบทความ SEO 5 ข้อที่แบรนด์จะได้มากกว่าที่คุณคิด

ประโยชน์ของบทความ SEO 5 ข้อที่แบรนด์จะได้มากกว่าที่คุณคิด

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าการทำบทความเพื่อดันอันดับ SEO นั้นมีประโยชน์เพียงแค่เรื่องของการเพิ่ม keyword ให้กับเว็บไซต์อยู่ล่ะก็ คุณอาจยังไม่รู้จัก SEO ดีพอ เพราะบทความ SEO นั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิดเอาไว้หลายข้อเลยทีเดียว ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น อย่ารอช้า เรามาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่า

1. ไม่เพียงแค่เพิ่ม keyword แต่เป็นการเพิ่มเนื้อหาที่มีคุณค่าให้กับแบรนด์ได้

เนื้อหาที่มีคุณค่าคือเนื้อหาที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจที่ดีแก่ลูกค้า ซึ่งการทำบทความ SEO มีประโยชน์ทั้งต่อแบรนด์ของคุณเอง และยังเป็นประโยชน์กับลูกค้าที่เข้ามาติดตามเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณด้วย

2. ทำให้เว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ของคุณมีการอัปเดตตลอดเวลา

เมื่อมีการทำบทความ SEO ขึ้นมา คุณสามารถนำไปโพสต์ตามโซเชียลมีเดียหรือช่องทางที่แบรนด์ของคุณได้สร้างขึ้นมา โดยการทำบทความ SEO นั้นจะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการโพสต์บทความแต่ละครั้งนั้น ก็เป็นการทำให้เว็บไซต์ และหรือช่องทางโซเชียลมีเดียของแบรนด์ที่คุณทำอยู่มีการอัปเดตอยู่เสมอ

3. คุณสามารถสร้างมูลค่าของแบรนด์ได้ไปพร้อม ๆ กับการทำบทความ SEO

เมื่อเวลาผ่านไปบทความ SEO และเนื้อหาทั้งหมดที่คุณอัปเดตลงบนเว็บไซต์รวมถึงช่องทางต่าง ๆ จะกลายเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งหลายแบรนด์สามารถเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ได้จากการทำบทความ SEO ซึ่งแน่นอนว่าราคาของสินค้า บริการ รวมถึงมูลค่าของแบรนด์ที่คุณสร้างขึ้นมานั้น จะเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัวได้แบบไม่ยาก

4. บทความ SEO ช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ได้

ในการทำบทความ SEO คุณเองจะต้องใช้ภาษาและรูปแบบเนื้อหาต่าง ๆ ที่ทำให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของคุณได้ ฉะนั้นการทำบทความและอัปเดตเนื้อหาลงไปในแต่ละครั้งจึงเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์แบบเนียน ๆ โดยที่ลูกค้าจะค่อย ๆ ซึมซับเอาสิ่งที่คุณเขียนเข้าไปในใจของพวกเขา

5. เป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำการตลาดออนไลน์ที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่าเดิม

ในการทำการตลาดออนไลน์ วิธีที่จะเข้าถึงลูกค้าที่หลายคนคิดนั้นอาจเป็นการโฆษณาไปตามสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ แต่การสร้างบทความเป็นการที่ให้ลูกค้าเดินเข้ามาหาคุณเอง โดยเริ่มจากความสนใจของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งหากเทียบกับการทำโฆษณาแล้ว การทำบทความ SEO ดูมีชั้นเชิงกว่ามาก

พอเห็นประโยชน์ของการทำบทความ SEO หลายข้อขนาดนี้แล้ว จะรอให้แบรนด์อื่นทำไปก่อนได้อย่างไร ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องมาเริ่มจริงจังกับการสร้างเนื้อหาและบทความดี ๆ ให้กับเว็บไซต์ของตัวเอง เพื่อให้อันดับเว็บไซต์มีโอกาสไต่ขึ้นไปบนหน้าแรกของ search engine ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

เคล็ดลับ! เจาะกลุ่มเป้าหมาย Mobile Site ด้วย SEO

เจาะกลุ่มเป้าหมาย Mobile Site ด้วย SEO

Smart Phone เป็นอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในหลายแง่มุมและยังเป็นอุปกรณ์ที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุด ทำให้การตลาดยุคใหม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญในการปรับตัวเพื่อเข้าสู่กลุ่มเป้าหมายที่ใช้สมาร์ทโฟนเป็นหลัก

การเข้าสู่เว็บไซต์ผ่านสมาร์ทโฟนมีความแตกต่างจากการเข้าสู่คอมพิวเตอร์หรือ Laptop เนื่องจากหน้าจอที่มีขนาดเล็กกว่าของสมาร์ทโฟน ทำให้การประมวลผลเว็บไซต์สู่สมาร์ทโฟนจึงต้องมีการปรับสัดส่วนใหม่ ทำให้การทำเว็บไซต์ที่ไม่รองรับการเปิดในสมาร์ทโฟนจะทำให้การแสดงผลเว็บไซต์ไม่สมบูรณ์ นอกจากการทำเว็บไซต์ให้รองรับการเปิดในสมาร์ทโฟนแล้ว การทำ SEO บน Mobile Site เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นหลัก

เคล็ดลับทำ SEO บน Mobile Site มีดังนี้

ทำเว็บไซต์ให้โหลดไวที่สุด เนื่องจากพฤติกรรมในการใช้งาน Mobile Site ส่วนใหญ่เป็นการเปิดใช้งานเพื่อฆ่าเวลา โดยคนส่วนใหญ่มักจะกดอ่านข้อมูลที่น่าสนใจผ่านลิงก์ที่แนบไว้บน Social Media ทำให้การโหลดหน้าเว็บไซต์ให้ไวจึงทำให้กลุ่มเป้าหมายที่คลิกเข้ามาอ่านข้อมูลจะได้รับข่าวสารที่เราต้องการสื่อสารได้ดีกว่า เพราะการใช้เวลานานในการโหลดเว็บไซต์อาจทำให้กลุ่มเป้าหมายหมดความสนใจ วิธีง่าย ๆ ที่ทำให้ Mobile Site โหลดไว คือ ไม่ควรนำสื่อจากภายนอกมาแนบลงในหน้าเว็บนั้น เนื่องจาก Smartphone จะต้องใช้เวลานานมากในการดึงข้อมูลจากภายนอกเข้าสู่เว็บไซต์และต้องประมวลผลให้เหมาะกับการแสดงบนสมาร์ทโฟน

ลดการทำโฆษณา Pop–Ups แม้ว่าหลายคนทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อสร้างรายได้จากโฆษณา แต่หากกลุ่มเป้าหมายโดยส่วนใหญ่ของเว็บไซต์ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน การนำลิงก์โฆษณาแบบ Pop-Ups ที่มากเกินไปอาจทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความเบื่อหน่ายได้ ดังนั้นการปรับวิธีการแสดงโฆษณาให้เหมาะกับการใช้งาน Mobile Site จึงเป็นสิ่งสำคัญ

เลือกใช้ Short Keyword ในการทำ Mobile Site เนื่องจากผู้ใช้งานที่ต้องการหาข้อมูลด่วนบน Smart phone อาจมีเวลาไม่มากพอที่จะอ่านข้อมูลทั้งหมดบนเว็บไซต์ได้ การเลือก Keyword ที่กระชับแต่มีจำนวนผู้ค้นหาเยอะมาประยุกต์ใช้กับ Mobile Site จะทำให้กลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจได้มากกว่า

ทำสารบัญไปยังหัวข้อที่กลุ่มเป้าหมายต้องการ หลายคนมีความสามารถในการทำข้อมูลได้มาก แต่ข้อมูลที่เยอะเกินไปอาจทำให้กลุ่มเป้าหมายหมดความสนใจเพราะไม่ใช่หัวข้อที่ต้องการ การทำสารบัญหัวข้อพร้อมแทรกลิงก์เอาไว้จะทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเลือกหัวข้อที่สนใจได้ด้วยตัวเอง

ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจทั้งหลายที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้น จึงควรปรับเว็บไซต์ให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภค และปรับเว็บไซต์ให้สามารถใช้งานบนมือถือได้ โดย Mobile Site เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการทำการตลาดที่สามารถสร้างยอดขายของสินค้าและบริการให้เพิ่มมากขึ้นได้

เคล็ดลับทำ SEO บน Mobile Site

เขียนบทความอย่างไร ให้ติดอันดับ SEO บน Google

เขียนบทความอย่างไร ให้ติดอันดับ SEO บน Google

หนึ่งในวิธีที่ทำให้หน้าเว็บของคุณติดอันดับใน Google ได้ง่ายที่สุดนั่นคือ การเขียนบทความ เพราะอย่าลืมว่าเวลาที่ Google จัดอันดับนั้นจะต้องใช้เนื้อหาในเว็บต่าง ๆ เป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้พวกเขามั่นใจได้ว่าควรเลือกให้เว็บไหนอยู่อันดับเท่าไหร่ แต่การจะเขียนบทความเพื่อให้ติดอันดับ SEO ไม่ใช่เรื่องง่าย จึงจำเป็นต้องรู้วิธีเขียนอย่างถูกต้องเพื่อให้เว็บของคุณประสบความสำเร็จ โดยขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ใช่เรื่องยาก

วิธีเขียนบทความให้ติดอันดับ

คีย์เวิร์ด คือ หัวใจของการทำ SEO ลำดับแรก นักเขียนที่จะทำให้บทความของตนเองติดอันดับ SEO ได้ต้องรู้จักการใช้คีย์เวิร์ดให้เป็นก่อน คีย์เวิร์ด ในที่นี้คือ คำค้นหายอดนิยมที่คนส่วนใหญ่เขานิยมใช้ในการค้นหาสิ่งต่าง ๆ กัน โดยอาจเลือกจากการจัดอันดับความถี่ของการค้นหาคำ ๆ นั้น หรือใช้ความเหมาะสมโดยเทียบตัวเราเป็นคนค้นหาว่าถ้าต้องการค้นเรื่องนี้ควรใช้คีย์เวิร์ดใด เป็นต้น เมื่อมีคีย์เวิร์ดแล้วจะทำให้การเขียนบทความง่ายขึ้น มีจุดประสงค์ชัดเจนว่าจะเขียนถึงเรื่องอะไร

Topic & Description อย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดลงไปด้วย หัวข้อและส่วนอธิบายรายละเอียดเบื้องต้น จำเป็นต้องใส่คีย์เวิร์ดที่ใช้ในบทความนั้น ๆ ลงไปด้วย เพื่อให้การค้นหาจากผู้ที่สนใจเข้าถึงหน้าเว็บของคุณง่ายขึ้น และที่สำคัญอีกอย่างคือ ทั้งหัวข้อและรายละเอียดเบื้องต้นต้องไม่ยาวมากจนเกินไป ให้สั้นกระชับ แต่เข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อ

กระจายคีย์เวิร์ดในบทความอย่างเหมาะสม การทำบทความ SEO ไม่ใช่การเขียน ๆ ไปเพื่อให้คนค้นหาง่ายโดยใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปเยอะ ๆ เพราะจะทำให้ Google ตรวจเป็นสแปมและเว็บมีสิทธิ์ตกอันดับได้ทันที แนะนำว่าควรเลือกใส่อย่างเหมาะสมของเนื้อหานั้น ๆ แล้วกระจายออกไปทั่วทั้งบทความ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการติดอันดับได้ไม่ยาก แต่ก็ต้องเลือกด้วยว่าเป็นคีย์เวิร์ดที่ได้รับความนิยมจริง ๆ

เขียนบทความที่มีสาระและประโยชน์และไม่ก็อปปี้คนอื่นมาเด็ดขาด ข้อนี้สำคัญมาก การเพิ่มบทความลงไปในเว็บไซต์โดยการก็อปปี้เว็บอื่น ๆ แม้จะให้เครดิตก็ตาม แต่เมื่อไหร่ที่เจ้าของบทความนั้นมาเห็นและสั่งรายงาน URL ของหน้าเว็บคุณมีสิทธิ์ตกอันดับทันที และกว่าจะแก้ไขขึ้นมาหรือทำเว็บใหม่ให้ติดเหมือนเดิมต้องใช้เวลาอีกนาน

ความยาวเนื้อหาเหมาะสม เนื้อหาบทความที่ดีควรมีอัตราเหมาะสม เช่น 300 คำ ขึ้นไป เพื่อให้รู้สึกว่ามีเนื้อหาสาระที่พอดี ไม่สั้นจนเกินไปขนาด Google ยังจับไม่ได้ นั่นจะทำให้คุณเสียโอกาสโดยใช่เหตุ

จากข้อมูลที่แนะนำไปข้างต้น จะช่วยทำให้การ เขียนบทความ SEO กลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

วิธีเขียนบทความให้ติดอันดับ

Yoast SEO ช่วยส่งเสริมอันดับ SEO ของเว็บไซต์ได้อย่างไร

Yoast SEO ช่วยส่งเสริมอันดับ SEO ของเว็บไซต์ได้อย่างไร

การทำให้เว็บไซต์ออนไลน์ได้รับความนิยมจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในยุค 2019 จำเป็นต้องใช้เทคนิค SEO (search engine optimization) ซึ่งมีหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตามที่ Google กำหนด ทั้งนี้ปลั๊กอิน Yoast SEO เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้อันดับของเว็บไซต์สูงขึ้นได้ ด้วยวิธีการต่อไปนี้

1. ช่วยในการปรับแต่งหัวข้อ (Title) และส่วนสรุปบทความโดยย่อ (Meta Description)

เมื่อลูกค้ามีการสืบค้นด้วย keyword หนึ่งๆ ผลที่ปรากฏออกมาคือสองส่วนนี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการดึงดูดใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้คลิก เพิ่มค่า traffic ของลูกค้า และอัตราการคลิกเข้ามาชม หรือ CTR (click through rate) ให้แก่เว็บไซต์ได้ จึงทำให้อันดับ SEO ดีขึ้น โดยการใส่ข้อมูลในช่อง editor ของ ปลั๊กอิน Yoast SEO ระบบก็จะทำการวิเคราะห์เพื่อเสนอแนะการปรับแต่ง โดยจะขึ้นเป็นแถบสีเขียวหากตั้งค่าส่วนต่าง ๆ ได้เหมาะสมตามเกณฑ์ และแสดงส่วนที่ต้องปรับปรุงให้ทราบแบบเรียลไทม์

2. ช่วยในการเลือก keyword ที่เหมาะสม

การเลือก keyword ที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะใช้ในการผลิตบทความ SEO และการใส่ในหัวข้อและส่วนสรุปย่อ ซึ่งการหาคีย์เวิร์ดที่มีคุณภาพตรงกับการสืบค้นของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้น ในเบื้องต้นสามารถหาได้จาก Google search console แล้วนำมาปรับแต่งด้วยปลั๊กอิน Yoast SEO ได้ โดยการใส่ keyword ครั้งละ 1 คำ ลงในช่อง Focus keyword เพื่อให้ระบบ plugin ทำการประมวลและแสดงเหตุผลในช่องแนะนำว่าควรปรับเพิ่มความยาวของ keyword อย่างไร ควรใส่ซ้ำในบทความได้กี่ครั้ง คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเนื้อหา (ตามหลักเกณฑ์แล้วไม่ควรเกิน 2.5 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละบทความ) หากแก้ไขปรับ keyword SEO ตามที่ระบบแนะนำก็มีแนวโน้มสูงที่จะทำให้อันดับ SEO ของเว็บไซต์ดีขึ้นได้

3. ช่วยปรับแต่งโครงสร้างของบทความ

การใส่ความหนาที่ตัวอักษรส่วนหัวข้อ ทำตัวเอียง ไฮไลท์ หรือมีเลขหัวข้อย่อยหรือ ทำเป็น Bullet แทรกด้วยลิงก์วิดีโอหรือไฟล์เสียง จะทำให้ระบบวิเคราะห์ว่าบทความมีคุณภาพสูงขึ้น เมื่อนำมาวิเคราะห์ด้วย ปลั๊กอิน Yoast SEO หากปรากฏไฟเขียว ก็แสดงว่าคุณภาพบทความที่ทำบทนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีศักยภาพในการสื่อสารข้อมูลไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และสามารถแข่งขันกับแบรนด์อื่นได้อย่างดี

4. ช่วยในการแบ่งปันข้อมูลไปยังสื่อโซเชียล

คนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญของธุรกิจเว็บไซต์ออนไลน์ มักใช้สื่อโซเชียลเช่น Facebook, Twitter ในการสืบค้นข้อมูลและสร้างกระแสแฟชั่นบอกต่อ การใช้ปุ่ม Social Share ในปลั๊กอิน Yoast SEO เพื่อการส่งรูปภาพและเนื้อหา จะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงข้อมูลเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้อันดับ SEO ดีขึ้นได้แน่นอน

จะเห็นได้ว่า ปลั๊กอิน Yoast SEO ช่วยส่งเสริมให้อันดับ SEO ของเว็บไซต์ทางธุรกิจดีขึ้นได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจึงแนะนำการทำ SEO ควบคู่กับการใช้ปลั๊กอิน Yoast SEO อย่างเหมาะสม จะทำให้ธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและการสร้างแบรนด์ที่ดียิ่งขึ้นได้

ปลั๊กอิน Yoast SEO เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำให้อันดับ

ทำไมกูรูทางการตลาดแนะนำให้ทำ SEO

ทำไมกูรูทางการตลาดแนะนำให้ทำ SEO

สำหรับมือใหม่ที่เปิดเว็บไซต์ขายของออนไลน์ อาจเคยได้ยินคำแนะนำให้ทำ SEO เพื่อกระตุ้นการขาย รวมถึงท่านที่เปิดเว็บไซต์มารุ่นเก่ากว่า 10 ปี ก็มีการบอกต่อให้ปรับปรุงตามระบบนี้ เพื่อให้เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าและเป็นการเพิ่มช่องทางในการขยายฐานลูกค้าให้กว้างยิ่งขึ้นได้

เราจึงรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำ SEO มาฝากกัน ดังนี้

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นกฎเกณฑ์ที่ทาง Search Engine อย่าง Bing, Yahoo และ Google พิจารณาเห็นว่าเหมาะสมต่อการทำให้เว็บไซต์แข่งขันกันได้ด้วยคุณภาพ ในสองส่วนต่อไปนี้

1. On-Page SEO คือ การออกแบบเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายและมีรายละเอียดในเว็บไซต์ที่ตรงใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำให้เกิดความนิยมในการคลิกเข้ามาชมข้อมูลในเว็บไซต์บ่อย ๆ ตัวอย่างได้แก่

ออกแบบโลโก้ ธีมสีที่สวยงามและอ่านสบายตา

ผลิตบทความจาก Keyword SEO ที่มีคุณภาพผ่านการวิจัยว่าตรงกับการสืบค้นของลูกค้าเป้าหมาย และข้อมูลของบทความมีความทันสมัยและไม่ไปละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการ Copy จากแหล่งอื่น ซึ่งจะทำให้ระบบ Algorithm AI วิเคราะห์ว่าเป็นบทความสแปมได้

สร้างเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายทั้งในโทรศัพท์มือถือและหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้จริงของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อในปัจจุบันที่กว่า 80 เปอร์เซ็นต์จะซื้อขายผ่านโทรศัพท์มือถือ

2. Off-Page SEO คือ การสร้างฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น โดยการแนะนำข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ให้ความรู้แก่ผู้บริโภค สร้างความเชื่อมั่นและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

ตัวอย่างเช่น คุณจำหน่ายเครื่องกรองน้ำ ก็ควรจะให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของการบริโภคน้ำดื่มที่สะอาด รวมถึงวิธีการกรองน้ำที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้น้ำมีคุณภาพที่สุด หากมีผู้สนใจจะสั่งซื้อเครื่องกรองน้ำที่มีคุณภาพ คุณก็สามารถแนะนำ URL Address และนำไปสู่การปิดการขายได้

การสร้างชุมชนออนไลน์หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ความรู้และความเห็นต่าง ๆ จะทำให้มีความใกล้ชิดกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย สามารถเข้าถึงความต้องการและนำมาพัฒนาสินค้าและบริการได้ดียิ่งขึ้นด้วย

จะเห็นได้ว่าการทำ SEO เป็นวิธีที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโฆษณา เพียงพัฒนาคุณภาพของเว็บไซต์อย่างรอบด้านอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ระบบ Algorithm วิเคราะห์ได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพมากกว่าเว็บไซต์อื่น เมื่อมีการสืบค้นด้วย Keyword ที่คุณใช้ จึงปรากฏในตำแหน่งที่เป็นอันดับต้น ๆ ในหน้าจอการสืบค้นอยู่เสมอ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเป็นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำได้ดียิ่งขึ้น

หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านเห็นความสำคัญของการทำ SEO ตั้งแต่เนิ่น ๆ ตามที่กูรูการตลาดแนะนำ เพื่อให้การทำธุรกิจออนไลน์ประสบความสำเร็จได้อย่างดียิ่งขึ้น

ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำ SEO