ชวนรู้จักคีย์เวิร์ด (keyword) สำหรับเขียนบทความ SEO

ชวนรู้จักคีย์เวิร์ด (keyword) สำหรับเขียนบทความ SEO

การขายสินค้าออนไลน์จะต้องมีการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ซึ่งวิธีที่นิยมมากในปัจจุบัน คือการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization เพื่อให้เว็บไซต์มีอันดับการสืบค้นที่ดี ซึ่ง SEO แบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ

1. Off-page SEO หรือ การสร้างลิงก์จากเว็บไซต์ภายนอกเพื่อเพิ่มฐานลูกค้า

2. On-page SEO คือ การทำบทความที่มีคุณภาพให้ประโยชน์สาระแก่ผู้อ่าน

ในส่วนของการทำบทความ SEO จะต้องใช้คีย์เวิร์ด (keyword) ที่เหมาะสม เพื่อดึงดูดใจผู้อ่านและทำให้การจัดอันดับดีขึ้น ซึ่งเราสามารถแบ่งคีย์เวิร์ดออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

1. Niche Keyword เป็นคีย์เวิร์ดที่เป็นคำเฉพาะ เช่น รุ่นและยี่ห้อของโทรศัพท์มือถือ เช่น Huawei P Series ถ้าคุณทำธุรกิจออนไลน์เป็นร้านจำหน่ายคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์อื่น ๆ ก็ควรจะระบุรุ่นของสินค้าให้ชัดเจน

เช่น Notebook รุ่น Acer Switch One 10 SW110-1CT เพื่อทำให้ลูกค้าที่สนใจในสินค้าในรุ่นนั้น ๆ อยู่สามารถเจอเว็บไซต์คุณและคลิกเข้ามาดูข้อมูลสินค้าแบบละเอียดได้จะทำให้มีโอกาสขายสินค้าได้มากขึ้น

2. Mass Keyword เป็นคีย์เวิร์ดแบบคำกว้าง ๆ ที่ไม่ได้ระบุรุ่นสินค้าอย่างเช่นแบบแรก เช่น คำว่าโทรศัพท์ โทรทัศน์ อุปกรณ์ก่อสร้าง ผ้าม่าน ผ้าห่ม ของใช้สำหรับเด็ก ดอกไม้ เป็นต้น คีย์เวิร์ดแบบนี้จะมีการใช้แพร่หลาย ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับยากกว่าแบบ Niche Keyword

Mass Keyword เหมาะกับการทำบทความแนวทั่วไปให้ผู้ที่สนใจเข้ามาอ่านข้อมูล เช่น ผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์มือสอง แต่ไม่รู้วิธีการเลือกก็สามารถหาอ่านบทความเกี่ยวกับการเลือกซื้อรถมือสองที่มีคุณภาพ เพื่อนำไปใช้พิจารณารถก่อนซื้อ เป็นต้น

3. Keyword ที่มาจากการสะกดคำผิด ตัวอย่างเช่นคำว่า เว็บไซต์ ถ้าพิมพ์เป็นภาษาไทย อาจมีการสะกดผิดได้หลายแบบ ซึ่งมีการนำไปใช้เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจหาข้อมูลแต่สะกดคำผิด ให้ยังสามารถหาข้อมูลในเว็บไซต์ได้เช่นเดียวกัน

4. Long-Tail Keywords เป็นการใช้คีย์เวิร์ดที่มีความยาวมากขึ้น จากการศึกษาด้วย Google Search หาคำข้างเคียงที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมักจะพิมพ์หาในช่องการสืบค้น เช่น เลือกรองเท้า+วิ่งมาราธอน แล้วนำคำนี้ไปเขียนเป็นบทความในหัวข้อต่าง ๆ เช่น วิธีเลือกรองเท้าที่ถูกต้องสำหรับการวิ่งมาราธอน เลือกรองเท้าวิ่งมาราธอนแบบไหนดีที่สุด ฯลฯ

การใช้ Long-Tail Keywords จะทำให้เพิ่มโอกาสในการขายได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากและจะช่วยเพิ่มอันดับในหน้าต่างการสืบค้นได้ดีขึ้นด้วย

การทำบทความ SEO ให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จได้ดี จึงควรที่จะศึกษาข้อมูล โดยเฉพาะที่ตรงกับคีย์เวิร์ดที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายค้นหาและต้องเหมาะกับธุรกิจออนไลน์ที่ทำ ซึ่งเจ้าของธุรกิจจะเขียนบทความเองหรือจะจ้างนักเขียนบทความ SEO ที่มีประสบการณ์ก็ได้

ชวนรู้จักคีย์เวิร์ด (keyword) สำหรับเขียนบทความ

ทำไมนักการตลาดออนไลน์จึงแนะนำเทคนิค SEO

ทำไมนักการตลาดออนไลน์จึงแนะนำเทคนิค SEO สำหรับทุกเว็บไซต์

เทคนิค SEO เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่สำคัญมากในปัจจุบัน เพราะมีคนทั่วโลกค้นหาสินค้าและบริการผ่านมือถือและคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ถ้าสามารถทำเว็บไซต์ให้มีคุณภาพตามแนวทางของ search engine เช่น Google , yahoo ได้ ก็จะทำให้ถูกจัดอันดับในการสืบค้นได้ดี มีโอกาสในการแสดงในหน้าต่างการสืบค้นของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มาก จึงเพิ่มยอดขายและจำนวนของผู้ติดตามและลูกค้าในระยะสั้นและระยะยาวได้เป็นอย่างดี

SEO เป็นเทคนิคการตลาดที่นักการตลาดแนะนำว่า เจ้าของกิจการเว็บไซต์ออนไลน์ ควรพิจารณาในประเด็นดังนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการประชาสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

1. กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน

ควรพิจารณารายละเอียดกลุ่มเป้าหมายทั้งด้านเพศ อายุ ทำเลที่อยู่อาศัย ภาษาที่ใช้ในการค้นหา ฯลฯ ไม่ควรสนใจ เพียงแค่การเพิ่มค่า Traffic หรือผู้เข้าชมเว็บไซต์ เพราะถ้าผู้เข้าชมไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสินค้าก็จะมีโอกาสในการขายสินค้าได้น้อย

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าผู้ทำเว็บไซต์ SEO ควรใช้ Google Analytics เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณได้ชัดเจนขึ้น

2. พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ดีบนอุปกรณ์หลายชนิด

ควรทำเว็บไซต์ให้สวยงามและใช้งานได้ดี ทั้งหน้าจอโทรศัพท์มือถือและเว็บไซต์ เพื่อให้มีโอกาสที่ลูกค้าจะเลือกใช้บริการซื้อสินค้าและบริการของเว็บไซต์คุณมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ว่าจะสืบค้นด้วยอุปกรณ์ชนิดใดก็จะปรากฏ website คุณอยู่เสมอ

3. การใช้ keyword ที่ดี

การใช้ keyword ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรศึกษาจาก Google Search ทั้ง Long-tail Keyword และ Short-tail Keyword ไม่ควรคิดว่าในบทความจะใส่ keyword อะไรก็ได้ เพราะอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการค้นหา

ขณะเดียวกัน Keyword ก็ใช้เพื่อทำ URL Address  ชื่อบทความ หรือ Title และสื่อมัลติมีเดียประกอบในเว็บไซต์ได้ด้วย

4. การเลือกใช้บริการจ้างงาน

ควรเลือกทีมพัฒนาเว็บไซต์ SEO และนักเขียนบทความ SEO ที่มีคุณภาพ ไม่เน้นที่ราคาถูก เพราะเสี่ยงต่อการได้ผลงานที่มีคุณภาพต่ำ และการพัฒนาเว็บไซต์อาจมีปัญหาที่ต้องแก้ไขในระยะยาว

นอกจากนี้ ควรเลือกทีมพัฒนาเว็บไซต์ที่สามารถติดต่อโทรศัพท์หรือ LINE ได้ตลอดเวลา เพราะจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที เช่น เมื่อเว็บไซต์ล่ม หรือส่งผ่านข้อมูลไม่ได้ เป็นต้น

5. การทำลิงค์ให้กับเว็บไซต์

5หรือที่เรียกว่า Backlink จะทำให้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ เพิ่ม Traffic และก็เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่าการทำเว็บไซต์ SEO มีหลายส่วน ซึ่งสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองหรือเลือกจ้างบริษัทที่มีความชำนาญ ที่สำคัญคือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เว็บไซต์มีอันดับการสืบค้นที่ดี

หวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ทำธุรกิจออนไลน์ได้เห็นประโยชน์ของการทำ SEO และตั้งใจพัฒนาเว็บไซต์ให้มีคุณภาพต่อไป

ทำไมนักการตลาดออนไลน์จึงแนะนำเทคนิค SEO สำหรับทุกเว็บไซต์

อยากคุ้มค่า ต้องอ่านก่อนจ้าง เว็บไซต์ SEO

อยากคุ้มค่า ต้องอ่านก่อนจ้างทำเว็บไซต์ SEO

การทำเว็บไซต์ให้สามารถถูกลูกค้าเป้าหมายสืบค้นได้เป็นอันดับต้น ๆ ใน search engine นั้น จำเป็นต้องมีการทำ SEO หรือ search engine optimization ซึ่งสามารถทำด้วยตัวเจ้าของกิจการเอง หรือจะจ้างบุคคลภายนอกทำให้ก็ได้ แต่จะมีวิธีการเลือกผู้รับจ้างทำเว็บไซต์ SEO อย่างไรจึงจะเหมาะสมและไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น ในบทความนี้จึงขอนำเสนอประเด็นที่ท่านควรทราบก่อนการจ้างทำ SEO ให้เว็บไซต์เพื่อความคุ้มค่าอย่างที่สุด ดังนี้

อยากคุ้มค่า ต้องอ่านก่อนจ้างทำเว็บไซต์

ผู้รับจ้างทำเว็บไซต์ SEO มีกี่แบบ

ในยุค 2019 ผู้ที่รับจ้างทำเว็บไซต์ SEO มีมากมายนับไม่ถ้วน แต่สามารถจัดแบ่งเข้าเป็นสามประเภท คือ

1. บุคคลทั่วไปที่มีความชำนาญในการทำ SEO มักเป็นพนักงานประจำที่ทุกวันมีหน้าที่งานเกี่ยวข้องกับการทำ SEO อยู่แล้ว โดยมารับงานเป็น freelance นอกเวลา มีข้อดีที่ราคาจะไม่แพง และสามารถพูดคุยอย่างละเอียดได้ มีความยืดหยุ่นสูงในการทำงาน แต่ข้อเสียคืออาจมีผู้แอบอ้างรับงานโดยที่ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ได้

2. บริษัทที่จดทะเบียนเพื่อรับงาน SEO โดยเฉพาะ เป็นกลุ่มทีมงานที่มีความชำนาญอย่างแน่นอนในงาน SEO มีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน ติดต่อได้ง่ายตลอด 24 ชั่วโมง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายในการจ้างงานที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป

3. บริษัทที่มี software และทีมงานที่พัฒนาเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จะมีทีมวิเคราะห์ และโปรแกรมเมอร์ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการทำงาน SEO มีความทันสมัยในข้อมูล และเทคนิคมากกว่าสองแบบแรก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ามากด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ผู้จ้างควรมีความรู้พื้นฐานในการทำ SEO มาบ้างแล้ว เพื่อให้การพูดคุยปรึกษากันมีความรวดเร็วคล่องตัวยิ่งขึ้น

สิ่งที่ควรมองหาในผู้รับจ้างทำ SEO

การจ้างผู้ใดก็ตามเพื่อให้รับหน้าที่ในการพัฒนาเว็บไซต์ SEO ควรพิจารณาความสามารถ และการมีดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ดังนี้

1. สามารถแสดงแผนการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรมได้ชัดเจน มี timeline ในการทำงานแน่ชัด

2. ให้โอกาสเต็มที่แก่เจ้าของเว็บไซต์ในการเรียนรู้การทำเว็บไซต์ SEO ร่วมกัน

3. สามารถสื่อสารกับผู้ว่าจ้าง (เจ้าของเว็บไซต์) ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช้ศัพท์เฉพาะที่ต้องมีการตีความอันอาจเข้าใจผิดพลาดได้

4. ผู้รับจ้างต้องมีการทำรายงานผลปฏิบัติงานรายวันให้ผู้จ้าง

5. มีการรับประกันผลการทำงาน SEO ได้อย่างมีความเป็นไปได้จริงไม่มีการโอ้อวดจนเกินไป

6. มีการแจกแจงราคาค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน โดยระบุในสัญญาอย่างเปิดเผย ไม่มีการคิดรายจ่ายเพิ่มเติมในภายหลัง

อยากคุ้มค่า ต้องอ่านก่อนจ้างทำเว็บไซต์ SEO

จะเห็นได้ว่าการพิจารณาเลือกจ้างผู้ใดทำเว็บไซต์ SEO ให้เจ้าของแบรนด์ ควรมีการเปรียบเทียบราคาและคุณสมบัติของแต่ละราย ทั้งนี้ควรมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำ SEO มาก่อนแล้วบ้าง จะลดโอกาสถูกหลอกลวงหรือเสียค่าใช้จ่ายมากเกินกว่าที่ควร และยังทำให้สามารถหวังผลได้อย่างเหมาะสมตามที่ควรจะเป็นด้วย

เว็บไซต์ออนไลน์ทำ SEO ในปี 2019 ต่อไปดีไหม

เว็บไซต์ออนไลน์ทำ SEO ในปี 2019 ต่อไปดีไหม

การทำ SEO เป็นสิ่งที่ทำเว็บไซต์ของคุณถูกสืบค้นได้ง่ายจากเว็บไซต์ search engine ชื่อดังอย่าง yahoo google ดังที่หลายท่านได้พิสูจน์ด้วยการปรับปรุงเว็บไซต์มาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังมีอีกหลายท่านที่ยังข้องใจว่าในปี 2019 การทำเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ยังจำเป็นต้องทำ SEO หรือไม่ เราจึงได้รวบรวมคำตอบมาให้เพื่อพิจารณากัน ดังนี้

เว็บไซต์ออนไลน์ทำ SEO ในปี 2019

เป้าหมายของการทำ SEO คืออะไร

การทำ SEO จำเป็นต้องตอบตัวเองให้ได้เสียก่อนว่าเป็นการลงทุนเพื่อเป้าหมายตามchecklists ต่อไปนี้หรือไม่

1. ต้องการเพิ่มจำนวนผู้ติดตามหรือผู้เข้าชมข้อมูลในเว็บไซต์ เพิ่มเสริมสร้างโอกาสในการขายสินค้าและบริการ

2. ทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสามารถค้นเจอเว็บไซต์ของคุณด้วยความรวดเร็วผ่าน search engine

3. อยากให้แบรนด์ติดตลาด โดยเฉพาะแบรนด์น้องใหม่ที่ต้องการสร้างเป็นที่สนใจจากกลุ่มคนรุ่น millennium อายุ 25-35 ปี

4. ต้องการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับสินค้าแบรนด์ดังของต่างประเทศ หรือต้องการ go inter

5. มุ่งมั่นที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและมีความน่าเชื่อถือให้แบรนด์หรือบริษัท

หากเป้าหมายของคุณ คือ ทั้ง 5 ข้อที่เรากล่าวมา ขอแนะนำว่าคุณควรทำ SEO ต่อไป ในปี 2019

สิ่งที่คุณต้องทำกับเว็บไซต์ออนไลน์ให้เข้าสู่ระบบ SEO

การทำเว็บไซต์ SEO ให้ประสบความสำเร็จบรรลุผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่กล่าวไว้ข้างต้น ควรคำนึงถึงการปรับเปลี่ยนต่อไปนี้

1. การปรับส่วนON-PAGE เช่น ส่วนเนื้อหาบทความ รูปภาพ และคลิปวิดีโอ ที่มีความสัมพันธ์กับสินค้า เช่น ความจำเป็นที่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ควรทำคลิปที่สื่อถึงความสำคัญในการบริโภคสินค้าปลอดสารพิษ เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมีตกค้างที่เป็นโทษต่อร่างกายในระยะยาว

2. การใช้โปรแกรมช่วยเลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้าและบริการของคุณที่มีความทันสมัย (update) เพื่อนำมาเป็นแก่นในการเขียนบทความ และการตั้งชื่อส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ เช่น URL address และชื่อภาพ

3. การปรับส่วน off-page เช่น การเชื่อมโยงลิ้งค์ backlink ที่มีคุณภาพเพื่อเพิ่มยอดการเข้าชมของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หรือ traffic อย่างรวดเร็ว

4. การทำ SEO อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะระบบ algorithm ของ search engine มีการวิเคราะห์สดใหม่แบบ real-time (การทำสัญญาจ้างทำ SEO กับบริษัทเอกชน จึงมีอายุสัญญาเป็นรายหกเดือนถึงหนึ่งปี)

5. การเลือก hosting ที่มี software และ server ที่มีคุณสมบัติเชิงเทคนิคเหมาะสมกับ ขนาดและประเภทธุรกิจของคุณ เพื่อลดปัญหาการสืบค้น error การใช้เวลานานในการ download ข้อมูล ซึ่งส่งผลต่อความประทับใจของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายได้

ว็บไซต์ออนไลน์ทำ-SEO

การทำเว็บไซต์ออนไลน์ให้เป็นรูปแบบ SEO จึงเป็นสิ่งที่ยังจำเป็นและสำคัญต่อยอดขายสินค้าและบริการของคุณในปี 2019 หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านมีความมั่นใจยิ่งขึ้นในการทำเว็บไซต์ทางธุรกิจที่มีคุณภาพต่อไป

8 เหตุ ที่อันดับไม่ขึ้น แม้จะทำ content SEO แล้ว

8 เหตุ ที่อันดับไม่ขึ้น แม้จะทำ content SEO แล้ว

หนึ่งในองค์ประกอบหลักของเว็บไซต์ขายสินค้าและบริการทางออนไลน์คือ การทำบทความ SEO ซึ่งหลายคนได้พยายามทำด้วยตัวเอง โดยอาศัยการใส่คีย์เวิร์ดลงไปตามที่มีคนแนะนำ แต่ก็ยังพบปัญหาว่าอันดับของเว็บไซต์จากการสืบค้นยังไม่เป็นที่น่าพอใจและยอดขายก็ยังไม่เพิ่มขึ้น เราจึงได้รวบรวมสาเหตุที่ส่งผลทำให้อันดับเว็บไซต์ SEO ยังไม่ขึ้น เพื่อการสำรวจหาจุดอ่อน ดังนี้

content-SEO

1. เนื้อหาภายในบทความ SEO มีความซ้ำ หรือเป็นการก๊อปปี้จากแหล่งอื่น ซึ่งระบบวิเคราะห์ดาต้าของ search engine สามารถประเมินออกมาได้ และทำให้ผลการจัดอันดับเว็บไซต์ในการสืบค้นต่ำลง

2. ความช้าของ hosting ที่ดูแลเว็บไซต์ หากเคยมีประสบการณ์การเข้าใช้บริการผ่าน server บางแห่งจะทราบว่ามีปัญหาเกิด error ง่าย กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของธุรกิจก็เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่อยากเสียเวลาคลิกเข้ามาในเว็บไซต์อีก และทำให้ลดความสำเร็จในการสืบค้นและการจัดอันดับไปด้วยแน่นอน

3. การใส่คีย์เวิร์ด SEO ที่ไม่เหมาะสมในส่วนของ description และเนื้อหา เช่น ใส่คีย์เวิร์ดซ้ำหรือหลายคำเกินไป จนเป็นการยัดเยียดเนื้อหา ทำให้ผู้อ่านรู้สึกรำคาญในความไม่เป็นธรรมชาติและไม่เข้ามาในเว็บไซต์อีก ความนิยมอ่านบทความ SEO ของกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจจึงลดลง อันดับการสืบค้นก็จะตกลงไปด้วยเช่นกัน

4. ตัวเว็บไซต์ที่ทำ SEO ไม่มีความหลากหลายต่ออุปกรณ์ กล่าวคือ ขาดรูปแบบที่รองรับการใช้งานของ smartphone ทั้งที่เป็นอุปกรณ์ไอทีพกพาที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการสืบค้นดาต้าได้ทุกที่ทุกเวลา จึงทำให้อันดับในการสืบค้นไม่สูงเท่าที่ควร

content

5. คีย์เวิร์ดในบทความ SEO ไม่ตอบโจทย์หรือไม่อัพเดตตามเทรนด์การสืบค้นของกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากขาดการวิจัยคีย์เวิร์ด ซึ่งจุดนี้แก้ได้ด้วยการใช้โปรแกรมวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่มีให้ดาวน์โหลด แต่ต้องหมั่นอัพเดตเสมอด้วยเช่นกัน

6. บทความ SEO ดีแล้ว แต่ขาดการปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับที่ search engine กำหนด เช่น ขาดคีย์เวิร์ดในหัวเรื่องหลัก หัวเรื่องรอง รูปภาพ และการแท็กต่าง ๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการจัดอันดับสืบค้น

7. ขนาดไฟล์ภาพ SEO ก็มีความสำคัญ เพราะทำให้ใช้เวลาในการอัพโหลดหรือดูภาพประกอบยาวนานขึ้น หากเป็นภาพใหญ่เกินจำเป็นก็ต้องแก้ไขเพื่อให้การเช็ค sitespeed ของเว็บไซต์ได้ผลลัพธ์ที่ดี ทำให้อันดับเว็บไซต์สูงขึ้นได้

8. ที่อยู่ของเว็บไซต์หรือ URL address มีการตั้งชื่อเป็นภาษาไทยและขาดคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม ทำให้การตรวจสอบลิ้งค์หรือบทความ SEO จาก search engine เกิดข้อผิดพลาดง่ายและทำให้อันดับเพจตกลงไปด้วย

อันดับไม่ขึ้น แม้จะทำ content SEO แล้ว

จาก 8 สาเหตุที่กล่าวมา หวังว่าจะเป็นการชี้จุดอ่อนในการทำเว็บไซต์ SEO ที่สามารถแก้ไขได้ทั้งสิ้น เพื่อให้การจัดอันดับเว็บไซต์ได้ผลดีและทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างรุ่งเรืองต่อไป

เทคนิคการทำ SEO

วิธีเขียนอธิบายสินค้าด้วยเทคนิคการทำ SEO

ปัจจุบันผู้บริโภครุ่นใหม่หันมาซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น เพราะความสะดวกในการค้นหาผลิตภัณฑ์ คุณเป็นผู้ประกอบร้านค้าออนไลน์จะมีวิธีเขียนอธิบายนิยายของสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างไร เรื่องนี้สำคัญ การทำ SEO เข้ามามีบทบาทเพื่อให้ลูกค้าค้นหาเว็บไซต์พบเป็นอันดับแรก จากนั้นสามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ออนไลน์กับร้านค้าอื่น ๆ บนอินเทอร์เน็ตได้ง่าย คำอธิบายที่ตรงใจและมีเอกลักษณ์ ไม่ได้คัดลอกใคร จึงจะทำให้ระบบอัลกอริทึ่มของ Google ค้นหาเว็บและเชื่อมโยงกับคีย์เวิร์ดที่ผู้บริโภคค้นหาอย่างรวดเร็ว คุณควรเรียนรู้วิธีเขียนเนื้อหาที่ดีที่สุด อ่านง่าย เข้าใจได้ทันที สามารถตอบสนองความคาดหวังของผู้ค้นหามากเท่าไร ก็มีโอกาสได้ใจลูกค้าและปิดการขายง่ายขึ้นเท่านั้น

ทำไมการเขียนคำอธิบายผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องทำ SEO เนื่องจากเครื่องมือค้นหาอย่าง Google ทำงานเหมือนไดเร็กทอรีเว็บซึ่งติดตาม เว็บไซต์ หลายพันเว็บ มักจะประเมินเอกลักษณ์และความเกี่ยวข้องของหน้าเว็บ ดังนั้น หากคุณต้องการให้ธุรกิจของคุณค้นพบง่ายที่สุด คำอธิบายสินค้าต้องทำ SEO ด้วย มีหลักการง่ายๆ ดังนี้

หลักการทำ SEO ให้ธุรกิจเป็นที่รู้จัก

1.เน้นคุณสมบัติสำคัญ

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซมักเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ขายจำเป็นต้องเน้นคุณลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน แม้ว่าจะเขียนบทความดีแค่ไหน แต่ถ้าสินค้าไม่มีประโยชน์หรือข้อดีเหนือกว่าคู่แข่ง ผู้ซื้อออนไลน์มักจะมองข้ามไป การเน้นคุณสมบัติสำคัญในคำอธิบายจะช่วยดึงดูดความสนใจมากขึ้น

วิธีเขียนอธิบายสินค้าด้วยเทคนิคการทำ SEO

2.ทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ของตนเอง

หากไม่เข้าใจผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างครบถ้วน คุณอาจไม่สามารถพูดถึงคุณลักษณะที่ผู้ใช้กำลังมองหาได้อย่างตรงใจ ผู้ประกอบการต้องรู้ว่าสินค้ามีดีอะไร เปรียบเทียบกับคู่แข่งแล้วมีจุดเด่นกว่าตรงไหน ที่สำคัญคือรู้ว่าลูกค้าเป้าหมายกำลังมองอะไร คำอธิบายที่ทำ SEO จะช่วยให้ผู้ค้นหาเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น อาจเขียนบทความแนะนำและนำเสนอจุดขายที่ไม่ซ้ำใคร

3.กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณ

ทุกผลิตภัณฑ์ต้องขายออกไป เจ้าของกิจการรู้จักสินค้าของตนเองแล้ว ต้องรู้ด้วยว่าใครกำลังมองหาของสิ่งนั้นอยู่ กำหนดลูกค้าเป้าหมายเพื่อให้การเขียนบทความ เขียนคำโฆษณา และการทำ SEO ทำได้ตรงประเด็นที่สุด เพื่อให้ผู้เข้าชมสนใจในผลิตภัณฑ์ของคุณและตัดสินใจซื้อในที่สุด

4.ใช้ภาษาที่เหมาะสม

การเลือกคำสำหรับคำอธิบายผลิตภัณฑ์เป็นสิ่งสำคัญ ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมาย ถ้าลูกค้าเป็นบุคคลทั่วไปอาจใช้ภาษาธรรมดาที่เรียบง่าย แต่ถ้าเป็นสินค้าเฉพาะทาง เช่น อุปกรณ์การแพทย์ ต้องใช้คำศัพท์เทคนิคซึ่งอาจแตกต่างจากคำศัพท์อื่น ๆ หรือลูกค้าวัยรุ่นควรหลีกเลี่ยงการใช้คำฟุ่มเฟือย เขียนกระชับ อ่านง่าย เพราะเป็นเรื่องปกติของวัยนี้ที่ไม่คุ้นกับการอ่านข้อความยาว ๆ

การเขียนแนะนำสินค้าควรเน้นการให้ข้อมูล เนื่องจาก Google ตรวจสอบข้อมูลอันเป็นเท็จเสมอ อย่าให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เกินจริง เลี่ยงคำว่า ขายดีที่สุด ติดอันดับสูงสุด อาจเป็นอันตรายต่อแบรนด์ของคุณและทำให้เว็บถูกลงโทษก็ได้ พฤติกรรมของผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ไม่ชอบค้นหาอะไรนาน ๆ ควรใช้เพียงไม่กี่ประโยคง่าย ๆ และเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

เขียนอธิบายสินค้าด้วยเทคนิคการทำ SEO

เว็บไซต์ SEO

SEO ทำตลาดออนไลน์ชัวร์และใช้ทุนไม่มาก

ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจประเภทใด มีหน้าร้านหรือขายทางออนไลน์ ก็จำเป็นต้องโฆษณาและทำตลาดเพื่อให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จด้านยอดขาย แรกทีเดียวธุรกิจที่มีเงินทุนไม่มากนัก นิยมใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางขายสินค้าออนไลน์ ถึงไม่มีชื่อเสียงมากแต่สามารถกดไลค์ กดแชร์เพื่อสร้างคอนเนคชั่นไปได้กว้างไกล แต่หลังจากทางเฟซบุ๊กเก็บค่าโฆษณาออนไลน์ Facebook Ads ช่วงแรกราคาเบาๆ ช่วงหลังแพงขึ้น ยิ่งเป็นระบบเก็บเงินจากยอดคลิกหรือยอดโฆษณาแต่ละครั้ง ทำให้รายจ่ายเพิ่มทวีคูณ ต้นทุนสูงมากจนต้องมองข้ามเฟซบุ๊ก ย้อนกลับมาหาเว็บไซต์แบบดั้งเดิมพร้อมกับ การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหาในหน้าแรกๆ ของกูเกิ้ล ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคหน้าใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาอันรวดเร็ว

ทำการตลาดผ่านเว็บไซต์ โดยใช้ต้นทุนน้อย

การทำการตลาดโดยผ่านเว็บไซต์จะใช้ทุนน้อยกว่าการจ่ายโฆษณาทางเฟซบุ๊ก ซึ่งจะคำนวณค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ส่วนการทำ SEO จะมีค่าบริการในครั้งแรกที่สำคัญ ในช่วงหลังต่อไป ถ้าสามารถจัดหาบทความหรือสร้างเนื้อหาเพื่อโฆษณาสินค้าและบริการได้ด้วยตัวเอง อาจจะไม่ต้องจ่ายแพงเหมือนในครั้งแรกหรือไม่ต้องจ่ายอีกเลยก็ได้ หัวใจสำคัญของการโปรโมทเว็บด้วยเนื้อหาบทความจะต้องเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค เช่น คำเดียวอย่าง “เครื่องสำอาง” เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง หรือ “เครื่องสำอาง ครีมกันแดด” การใช้คำค้นหายาวจะเข้าถึงความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงและค่าใช้จ่ายจะถูกลงด้วย เพียงใส่คำค้นหาอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ลูกค้ามองหาไปยังเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น แนะนำให้เลือกบทความที่มีประโยชน์กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการใช้งานอย่างคุ้มค่าหรือไอเดียต่างๆ ที่น่าสนใจ ตลอดจนเรื่องราวสัพเพเหระที่น่าจะถูกใจลูกค้า เป็นการโปรโมทอย่างแนบเนียนโดยไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าถูกยัดเยียดโฆษณา การที่ผู้ชมเข้ามาเลือกหาสินค้าบ่อยๆ จะมีโอกาสได้จำนวนมากขึ้น

หลายคนซื้อโฆษณาจากเฟซบุ๊ก สินค้าหรือบริการของตนเองเริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลายในกลุ่มลูกค้า แต่ไม่เห็นว่ายอดขายจะขยับมากขึ้นเท่าไร เป็นไปได้ว่ายังมีจุดบอดในด้านอื่น เช่น สินค้าไม่โดดเด่นพอ ยังคงมีความคล้ายกับคู่แข่ง ทำให้ยากที่จะสร้างยอดขายได้มากและรวดเร็วอย่างที่ตั้งใจ อีกส่วนคือในเพจไม่ได้มีอะไรให้น่าติดตาม เรียกว่าขาดเสน่ห์จูงใจ ในการทำเว็บไซต์จะมีพื้นที่ให้นำเสนอเนื้อหาที่ดึงดูดลูกค้าให้สนใจสินค้าและบริการมากขึ้น มุ่งสร้างยอดขายได้ดีกว่าเดิม การทำ SEO จะเปิดช่องทางให้ลูกค้าใหม่เข้ามา นอกจากจะโปรโมทสินค้าและบริการของเราเองให้เป็นที่รู้จักกว้างขึ้น เราเองจำเป็นต้องพัฒนาบริการที่ดี มีข้อมูลรายละเอียดมาก ยินดีตอบคำถามและมีช่องทางติดต่อสื่อสารหลายช่องทาง ส่งของให้ลูกค้ารวดเร็วและถึงที่หมายเรียบร้อยทุกประการ ถือเป็นอาวุธที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นผล อย่าคิดจะหวังพึ่งพา SEO อย่างเดียว

ทำการตลาดผ่านเว็บไซต์

Keywords Research

รู้จักกับคีย์เวิร์ด สำคัญอย่างกับการทำ SEO

ความสำคัญของการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของเราเป็นผลลัพธ์ลำดับแรกๆ ของการค้นหาสิ่งที่ต้องการในกูเกิล นับเป็นหนึ่งวิธียอดนิยมที่ใช้ในการโปรโมทเว็บไซต์ให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายเข้ามาเยี่ยมชมมากขึ้น คีย์เวิร์ดเป็นหัวใจสำคัญอย่างหนึ่ง ผู้ใช้งานต้องการหาคำตอบก็จะพิมพ์คำนั้นหาคำตอบบนกูเกิลเพื่อเชื่อมโยงเข้ากับเว็บไซต์สินค้า บริการ และอื่นๆ ตามต้องการ มาดูกันว่าควรเลือกคีย์เวิร์ดอย่างไรให้ยอดขายพุ่งกระฉูด

1. การขายสินค้าและบริการต้องดึงดูดลูกค้าเป้าหมายให้เข้ามาเยี่ยมชมมากที่สุด เลือกคีย์เวิร์ดที่สั้นและชัดเจน เรียกว่าเป็น “คีย์เวิร์ดหลัก” ยิ่งเฉพาะเจาะจงคีย์เวิร์ดมากเท่าไร จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้แม่นยำตรงใจมากที่สุด เช่น รองเท้าฟิตเนส รีสอร์ตเชียงใหม่ หนังมาใหม่ และ iPhone 6

2. การใส่คีย์เวิร์ดที่มีคำขยายความเพื่อเชื่อมโยงให้ตรงกับความต้องการเฉพาะเจาะจง เช่น “ชื่อสินค้า รุ่น ราคา” หรือ “รองเท้าฟิตเนส ราคาถูก” เป็นคำที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่กำลังมองหาอยู่ คำขยายความจะเพิ่มความชัดเจน ผลการค้นหาจะแคบลง ผู้ประกอบการจะมีโอกาสเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายมากขึ้นทำให้มีโอกาสขายสินค้าได้ง่ายขึ้น ฝ่ายลูกค้าจะเห็นว่าเว็บไซต์ขายสินค้าอะไร เพื่อลูกค้ากลุ่มไหน ทำให้พบสินค้ารวดเร็วและตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

3. ในกรณีที่ลูกค้าต้องการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดในวงกว้าง เพื่อมองหาอะไรใหม่ๆ นิยมใช้คำค้นหาที่สั้นและความหมายค่อนข้างกว้าง เช่น ร้านอาหาร หนังสือ มือถือ แนะนำให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง ควรใช้คีย์เวิร์ดในลักษณะนี้ใส่ไว้ในบทความที่มีคุณภาพดีช่วยให้มีโอกาสเข้าตาลูกค้าง่ายขึ้น สร้างความประทับใจในการซื้อขายให้กับลูกค้าครั้งแรกเพื่อเปลี่ยนลูกคาขาจรให้กลายเป็นลูกค้าขาประจำ เข้ามาอุดหนุนทางเว็บไซต์ต่อไปเรื่อยๆ

4. แน่นอนว่าการเลือกคีย์เวิร์ดยอดนิยมเป็นตัวแปรสำคัญทำให้ลูกค้าค้นหาเว็บไซต์เจอง่ายขึ้น แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำ SEO เท่านั้น ยังประกอบด้วยปัจจัยอื่นๆ โดยเฉพาะเนื้อหาบทความที่มอบประโยชน์ให้ลูกค้า สร้างความเข้าใจในตัวสินค้าและบริการ ทั้งรายละเอียด ข้อมูลการซื้อขาย คำแนะนำเรื่องวิธีการใช้งาน และอื่นๆ

5. การใช้คีย์เวิร์ดทำ SEO ช่วยให้เว็บค่อยๆ ไต่อันดับขึ้นมาได้ แต่อันดับในกูเกิลปรับเปลี่ยนตลอดเวลา มีเว็บใหม่เข้ามาแทรกอันดับอยู่เสมอ การสร้างลิงค์ด้วยคีย์เวิร์ดอย่างเดียวคงไม่พอที่จะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าเป้าหมายกลับมาใช้งานเว็บซ้ำอีก จำเป็นต้องอัพเดทบทความให้ทันสมัย เนื้อหาบทความใหม่ๆ จะกระตุ้นให้คนสนใจเข้าชมเสมอ ยิ่งอัพเดทให้เว็บมีความเคลื่อนไหวมากเท่าไรยิ่งมีโอกาสปรับอันดับหรือคงอยู่อันดับสูงยาวนาน พร้อมกับตามเทรนด์การใช้คีย์เวิร์ดให้เหมาะกับสมัยนิยมด้วย คีย์เวิร์ดสามารถปรับเปลี่ยนได้เรื่อยๆ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้มียอดขายเพิ่มขึ้น

คนไทยใช้งานเว็บไซต์มากขึ้นเพราะความสะดวกของเทคโนโลยีมือถือที่อยู่ในมือ จะเห็นได้ว่ามีการค้นหาและซื้อผ่านเว็บไซต์มากขึ้นทุกปี ลองติดตามข่าวคีย์เวิร์ดที่มีการค้นหามากที่สุด โดยเฉพาะคู่แข่งใช้คำว่าอะไร และมีผลกระทบอย่างไร พยายามปรับเปลี่ยนคีย์เวิร์ดให้เหมาะสมกับยุคสมัยและความต้องการของลูกค้า ช่วยรับประกันว่ายอดขายสินค้าออนไลน์จะไม่เงียบเหงาแน่นอน

Search Engine Optimizetion

SEO Images

เฉลยวิธีการทำ SEO รูปภาพให้ได้ผล

การทำ SEO รูปภาพถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญ และเพื่อเป็นการเชื่อมโยงกับเนื้อหาภายในเว็บไซต์ ถือได้ว่าการทำ SEO รูปภาพนั้น เป็นการเชื่อมโยงเพื่อให้ google และทาง Facebook ได้รับรู้ว่ารูปภาพของเรานั้น คือรูปภาพประเภทไหนและเป็นรูปภาพอะไร นอกจากนี้ยังคงเป็นการเพิ่มโอกาสดี ๆ ที่จะส่งผลทำให้รูปภาพของเรานั้นได้ถูกค้นพบผ่านการค้นหาในแต่ละครั้ง ซึ่งทางลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายมีสิทธิ์ที่จะได้เห็นรูปภาพของเรามากขึ้น และอาจจะส่งผลทำให้เกิดการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้มากยิ่งขึ้นร่วมด้วย

ภาพที่คุณถ่ายเองย่อมดีกว่าภาพที่คุณได้เลือกซื้อมา – หากคุณต้องการความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณ การที่คุณถ่ายภาพเอง และนำมาใช้เองย่อมเป็นที่น่าเชื่อถือมากกว่าภาพที่คุณได้เลือกซื้อมาอย่างแน่นอน โอกาสที่จะถูกคลิกก็อาจจะมีมากกว่าด้วย

ต้องตั้งชื่อรูปภาพที่สามารถสื่อความหมายภาพได้อย่างถูกต้อง – หาก google ตาบอดสี มองไม่เห็นว่าภาพของคุณคืออะไร สีอะไร สิ่งเดียวที่จะทำให้ google รู้ได้นั่นก็คือ การใส่ชื่อไฟล์ หรือแม้กระทั่งโค๊ดต่าง ๆ ลงไปให้อยู่ด้านหลังของภาพ ที่สำคัญอย่าลืมใส่คีย์เวิร์ดลงไปด้วย เพื่อให้ google ได้มองออกว่าภาพของคุณคือภาพอะไรกันแน่ โดยหลักในการตั้งชื่อรูป จะมีดังนี้

พยายามตั้งชื่อรูปภาพเป็นภาษาอังกฤษ และจะต้องสามารถสื่อความหมายภาพได้ชัดเจน โดยความหมายที่ว่านี้ก็ต้องเป็นความหมายในภาษาอังกฤษด้วย
อย่าตั้งชื่อรูปภาพเป็นภาษาไทยเด็ดขาด ในกรณีนี้เฉพาะ WordPress
ควรใส่ข้อมูลของรูปภาพให้ได้มากที่สุด ยิ่งใส่ครบทุกช่องยิ่งดี โดยเฉพาะ Alt text เราจะต้องใส่ทุกครั้ง จะไม่ใส่ไม่ได้

ไฟล์รูปภาพขนาดเล็กย่อมดี – ทางด้าน google มักจะให้ความสำคัญสำหรับเว็บไซต์ที่เป็น mobile friendly และจะต้องเป็นเว็บไซต์ที่สามารถดาวน์โหลดได้ไว สามารถแสดงบนมือถือได้ดีและมีความชัดเจน เพราะฉะนั้นแล้วรูปภาพที่เราได้โพสลงเว็บ จะต้องมีขนาดที่กว้างและยาวเท่าไหร่ก็ได้ แต่โดยรวมแล้วไฟล์จะต้องไม่เกิน 200 kb ซึ่งเราจะต้องพยายามบีบอัดไฟล์ตั้งแต่ช่วงที่เราได้ออกแบบรูป

พยายามส่ง XML image sitemaps – Sitemap ถือได้ว่าเป็นไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการเนื้อหาภายในหน้าเว็บของเราเอง โดยเราจะสามารถส่งออกไป เพื่อที่จะบอกกับทาง google ได้นั่นเอง

และทั้งหมดนี้ก็คือการทำ SEO รูปภาพ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมเรื่อง SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้มากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าหากคุณสามารถทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างครบทุกกระบวนการและขั้นตอนมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่คุณได้ย่อมเป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ thai seo bord ถือเป็นแหล่งข้อมูล seo

ศูนย์รวมแหล่งรวมความรู้ seo ที่น่าสนใจ

สำหรับมือใหม่สาย seo การหาอ่านบทความ how to หรือ ความรู้ด้านนี้จะมีประโยชน์มาก บางคนไม่เคยสัมผัสงานด้านนี้ หรือไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ก็มักจะมีปัญหาสงสัยในหลายๆ มุมและความรู้ส่วนมาก็จะเป็นเว็บไซด์ต่างประเทศ ซึ่งบางคนก็แปลไม่เป๊ะ หรือ แปลออกมาแล้วไม่เข้าใจอีก วันนี้เรามีแหล่งข้อมูลดีๆของมือใหม่สาย seo ที่ควรเข้าไปอ่านหรือหาคำตอบที่ในเรื่องที่อยากรู้นั่นคือ thai seo bord

ซึ่งที่ thai seo bord นี้จะรวบรวมความรู้ด้านต่างๆในสาย seo และที่เกี่ยวข้องไว้ค่อนข้างมากมีความหลากหลาย และมีห้องไว้สำหรับหางานหาคนทำด้าน seo ด้วย เรียกว่าครบวงจร รวมถึงแนวทางต่างๆของการทำเว็บไซด์ , IM และอื่นๆ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทำ seo ข้อมูลใหม่ๆของการอัพเดทต่างๆ แนะนำแนวทางใหม่ๆ หรือแหล่งข้อมูลดีๆ คูปองส่วนลดต่างๆ ซึ่งจะมีผู้รู้ที่เชี่ยวชาญหรือทำงานด้าน seo มาคอยแลกเปลี่ยนกันตลอดเวลา ซึ่งหากสนใจก็ต้องสมัครสมาชิกไว้เผื่อที่จะสามารถโพสคำถามคำตอบต่างๆ ได้

นอกจากนี้ thai seo bord ถือเป็นแหล่งข้อมูล seo

นอกจากนี้ thai seo bord ถือเป็นแหล่งข้อมูล seo

ที่น่าเชื่อถือได้มากสำหรับคนทำ seo หรือสายอื่นที่เกี่ยวข้องที่ต้องการข้อมูลภาษาไทย และมีการแนะนำในด้านต่างครบถ้วนรวมถึง การแนะนำแหล่งข้อมูลอื่นๆ โดยส่วนใหญ่ข้อมูลความคิดเห็นหรือคำแนะนำนั้นจะมาจากประสบการณ์โดยตรงของสมาชิกในบอร์ด ซึ่งบางครั้งหลายๆคนอาจจะไม่เคยอ่านหรือทดลองแนวทางนั้นๆมาก่อนก็มี เพราะบางคนเชื่อในตำรา seo ของต่างประเทศ แต่ไม่เคยลอง ซึ่งที่นี่จะเน้นการให้ความรู้จากประสบการณ์จริง ให้แนวทางที่น่าสนใจและมีกูรูหลายๆท่านที่ถือว่าเป็นเซียน seo ของไทยที่คนในวงการรู้จักกันดีมาคอยให้คำแนะนำด้วย

SEO ฟรีแลนซ์

และสำหรับคนทำเว็บไซด์ ทั่วไปก็สามารถเข้ามาหาข้อมูลต่างๆที่น่าสนใจที่นี่ได้เช่นกัน

เพราะบอร์ดนี้ค่อนข้างเปิดกว้างพอสมควร มีห้องแยกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายหรือหาคนทำงาน , แนวทางการทำ IM แบบต่างๆ และการทำชาแนลยูทูป , เทคนิคการ ทำ seo และอื่นๆสัพเพเหระมากมาย เหมาะกับคนที่อยากได้ความรู้หรือแบ่งปันความรู้ด้าน seo เว็บไซด์ และการตลาดต่างๆ และที่สำคัญคือไม่สมัครสมาชิกก็สามารถเข้ามาหาความรู้ได้แต่จะโพสไม่ได้แค่นั้น แน่นอนว่าสำหรับมือเก่าๆหรือคนที่ทำงานสายนี้จะคุ้นเคยกับที่นี่อยู่แล้ว แต่หากคุณเป็นมือใหม่ก็อย่าพลาดที่จะเข้าบอร์ดนี้เพื่อหาความรู้ไว้ในการทำงาน และ สำหรับคนหางานในด้านนี้ที่นี่ก็มีงานให้คุณทำแน่นอน หากคุณสามารถทำงานตามที่ว่าจ้างได้ ที่นี้มือใหม่สาย seo คงไม่ต้องไปค้นหาข้อมูลจากบร์อดต่างประเทศให้เหนื่อยกันอีกต่อไป เพราะบอร์ดที่เราแนะนำนั้นคุณเข้าไปแล้วได้ความรู้แน่นอน